Columns
Now Reading
IN&OUT: Tech–Spotlight (08/2014)
0

IN&OUT: Tech–Spotlight (08/2014)

by Pichaet Tang-onAugust 21, 2014
คอลัมน์ตัวเต็มที่เขียนให้นิตยสารของน้องคนสนิท

ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผมได้รับการทาบทามแบบคนกันเองจากน้องคนสนิทที่เรียนปริญญาโทมาด้วยกัน ว่าอยากให้ผมไปเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับวิทยาการหรือเทคโนโลยีที่น่าสนใจให้หน่อย เพราะกองบรรณาธิการมีแต่ผู้หญิง ไม่ค่อยมีใครถนัดคอลัมน์แนวนี้ ซึ่งผมก็รับปากไปครับ จึงเป็นที่มาของคอลัมน์ชื่อ Tech-Spotlight ในนิตยสารดิจิตอล (เผยแพร่ฟรีแบบออนไลน์และพิมพ์จริงจำนวนจำกัด) ชื่อ IN&OUT Thailand โดยในตอนแรก เจ้าตัวซึ่งเป็นบรรณาธิการของนิตยสารบอกว่าจะออกฉบับปฐมฤกษ์ในเดือนมิถุนายน แต่สุดท้ายก็มีการตัดสินใจปรับขนาดและรายละเอียด จนทำให้นิตยสารออกล่ามาจนถึงเดือนสิงหาคม ข้อมูลในคอลัมน์ของผมเลยเริ่ม “เก่า” อีกทั้งฉบับแรกของ IN&OUT นี้ ก็ยังดูไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง (มากกกกก) ในหลายๆ ด้าน เหมือนทีมงานยังไม่ชินมือ เหมือนหัวยังตื้อๆ อยู่ ผมเลยต้องนำต้นฉบับที่ผมเขียนมาลงไว้ในเว็บไซต์ของตัวเอง เผื่อใครอ่านในเล่มแล้ว รู้สึกมันขาดๆ เพี้ยนๆ มาอ่านในนี้จะครบกว่า ฉบับหน้าเดือนตุลาคม คิดว่าข้อมูลคงไม่ล้าแบบฉบับนี้ เพราะเล่มคงออกทันกัน หาอ่านได้ทั้งใน IN&OUT และต้นฉบับแบบครบๆ ก็จะเอามาลงที่นี่เหมือนเดิมครับ

Tech–Alpha: OMsignal Biometric Smartwear

ปัจจุบัน อุปกรณ์และซอฟท์แวร์ด้านสุขภาพ ถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบของอุปกรณ์พกพา เช่น กำไลหรือนาฬิกาข้อมือที่สามารถวัดสถิติต่างๆ ระหว่างการออกกำลังกายได้ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการเผาผลาญพลังงาน เป็นต้น ทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์สื่อสารทั้งโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตผ่านการใช้แอพพลิเคชั่นที่มีบริการทั้งทางฝั่ง iOS และ Android เพื่อเก็บสถิติด้านสุขภาพของเรา อุปกรณ์เหล่านี้เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้ แม้แต่โทรศัพท์มือถือเองก็สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้โดยตรง แต่ในบางครั้งมันก็ดูไม่สะดวกสักเท่าไหร่ แน่นอนว่าเราคงไม่เอานิ้วแตะเซ็นเซอร์หลังโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา และแม้แต่การใช้อุปกรณ์ในรูปแบบของนาฬิกาข้อมือเอง บางครั้งก็สร้างความรำคาญได้เหมือนกัน ยิ่งเวลาเหงื่อออกเยอะๆ เวลาออกกำลังกายด้วยแล้ว แทบไม่ต้องพูดถึง ตัวของข้อมูลที่เก็บได้ก็ไม่ค่อยละเอียดนัก สถิติบางตัวก็อาศัยการคำนวณต่อจากสถิติตัวอื่นๆ ซึ่งค่าที่ได้ก็อาจจะไม่แม่นสักเท่าไหร่

Tech-Alpha 1

ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง OMsignal ได้ปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เป็นเสื้ออัจฉริยะ ที่มาพร้อมอุปกรณ์บันทึกข้อมูลชนิดพิเศษ ที่สามารถเก็บข้อมูลทางชีวภาพต่างๆ ของเรา ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ อัตราการเผาผลาญพลังงาน หรือแม้กระทั่งตรวจนับการออกกำลังกายแบบต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ โดยจะทำงานร่วมกับแถบผ้าชนิดพิเศษที่ถูกตัดเย็บอยู่กับเสื้อนั่นเอง ที่สำคัญคืออุปกรณ์นี้เก็บข้อมูลได้เอง แม้ไม่ได้เชื่อมต่อแอพในมือถือหรือแท็บเล็ต และถ้าคุณเชื่อมต่ออุปกรณ์กับแอพ ข้อมูลที่เก็บได้ก็จะเกิดประสิทธิผลมากขึ้นไปอีก เพราะตัวแอพที่มีบริการนั้น นอกจากถูกออกแบบมาให้แสดงผลข้อมูลที่วัดได้แล้ว ยังสามารถจัดการโปรแกรมในการออกกำลังกายได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย

สำหรับเสื้อที่มีจำหน่ายนั้น มีทั้งแบบที่ใส่ในชีวิตประจำวัน หรือแบบเฉพาะสำหรับออกกำลังกายในฟิตเนส เหตุที่ต้องมีทั้งสองแบบเพราะนอกจากเวลาออกกำลังกายแล้ว อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีสุขภาพที่ดี ลองนึกภาพเวลาที่คุณเครียด ประหม่า หรือตื่นเต้น จนคุณหายใจถี่ หัวใจคุณเต้นเร็วกว่าปกติ อุปกรณ์นี้จะส่งสัญญาณมาที่แอพ เพื่อแนะนำให้คุณหายใจให้ช้าลงอย่างเป็นจังหวะ แถมยังสามารถแชร์ข้อมูลนี้ไปถึงคนอื่นๆ อย่างคนที่คุณรักได้อีกด้วย ตัวเสื้อเองก็ถูกออกแบบมาให้เสริมบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย มีระบบต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษแต่อย่างใด โยนใส่เครื่องซักผ้าได้เลยไม่มีปัญหา ใครที่ชักอยากจะรู้เพิ่มเติมว่า OMsignal Biometric Smartwear มันเป็นยังไง เจ๋งยังไง อยากเห็นตัวอย่างการใช้งาน หรืออยากจะสั่งซื้อมาลองสวมใส่ ก็เข้าไปได้เลยที่เว็บไซต์ www.omsignal.com ครับ

Tech–Beta: Google Self–Driving Car

ถ้าวันหนึ่งเราขับรถไปตามถนน แล้วเกิดเห็นรถคันข้างๆ ขับได้เองหน้าตาเฉย งานนี้ถ้าไม่ใช่ซีนในหนัง เราก็คงถูกผีหลอกแหงแซะ แต่ช้าก่อน มันจะไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เพราะตอนนี้ทาง Google กำลังพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถขับได้เอง ไม่ต้องมีคนบังคับ ฟังดูน่าลอง แต่ขณะเดียวกันก็น่ากลัวไม่หยอกใช่ไหมล่ะครับ สิ่งที่เราๆ คงจะห่วงที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องความปลอดภัย เจ้ารถยนต์คันที่ว่านี้มีการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะมาด้วยบนหลังคาครับ ซึ่งเจ้าเซ็นเซอร์ตัวนี้นี่แหละ ที่จะคอยจับความเคลื่อนไหวของวัตถุที่อยู่ในรัศมีการมองเห็นของมัน สามารถคาดเดาเส้นทางที่วัตถุต่างๆ กำลังเคลื่อนไป มันสามารถควบคุมรถให้ปฏิบัติตามกฎจราจรทุกอย่างได้ไม่แพ้เวลามนุษย์เป็นคนขับเองเลย ทั้งการวิ่งให้ตรงเลนถนน การหยุดเมื่อเจอเข้ากับไฟแดง การแซงอย่างมีมารยาท ฯลฯ อันที่จริง ออกจะรักษากฎมากกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ พอไม่ต้องขับเอง คนในรถก็มีเวลาทำอย่างอื่นร่วมกันได้มากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะถูกนำออกมาใช้จริงในอนาคตอันใกล้ ถ้าคุณสนใจลองค้นหา “Google Self-Driving Car” ดูนะครับ

Tech–Omega: Samsung Galaxy K Zoom Camera Phone

ในตลาดอุปกรณ์สื่อสาร นอกจากจะแข่งขันเรื่องของระบบปฏิบัติการที่เสถียร แอพพลิเคชั่นที่มีให้เลือกใช้งานหลากหลาย อุปกรณ์ภายในที่วัดว่าใครจะแรงกว่ากัน ฯลฯ กล้องถ่ายรูปที่ติดมากับอุปกรณ์สื่อสาร ก็ดูจะเป็นเรื่องที่แข่งขันกันดุเดือดเป็นพิเศษ ในขณะที่ค่ายอุปกรณ์สื่อสารทั่วไป ค่อยๆ เพิ่มความละเอียดของกล้องขึ้นไปเรื่อยๆ ค่ายที่แหวกแนวหน่อยอย่าง Nokia (ปัจจุบันคือ Microsoft Mobile) ก็เลือกที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า “PureView” ซึ่งทำให้กล้องในมือถือสามารถซูมดิจิตอลได้โดยภาพไม่แตก ในขณะที่ยังคงรักษาความบางของอุปกรณ์เอาไว้ได้

แต่อีกค่ายหนึ่งที่เห็นจะคิดต่างกันอย่างเห็นได้ชัดก็คือ Samsung ที่ไม่สนใจเรื่องความหนา เพราะพี่เล่นยัดกล้องแบบเลนส์ออพติคอลใส่มาในมือถือทั้งดุ้นกับอุปกรณ์ในไลน์ตัวแรกอย่าง Samsung Galaxy S4 Zoom ซึ่งเวลาที่คุณใช้งานกล้องก็จะมีเลนส์ยื่นออกมาจากด้านหลังเหมือนกับกล้องถ่ายรูปดิจิตอลทั่วไป แถมซูมได้ไกลถึง 10 เท่าอีกต่างหาก ซึ่งถือว่าได้รับการกล่าวขวัญไปเต็มๆ กับคุณภาพของภาพถ่ายที่ชัดแจ๋วและซูมได้ใกล้อย่างถึงใจ แม้จะมีหลายคนบ่นว่าหนาและหนักซะเหลือเกินก็ตาม มาวันนี้ Samsung ต่อยอดความสำเร็จนั้นด้วยการแยกไลน์ผลิตภัณฑ์ออกมา เรียกใหม่ว่าไลน์ K มาจาก Kamera ซึ่งเป็นการเล่นอักษรแทนตัว C (ฝรั่งเขาชอบคิดชื่อกันแบบนี้น่ะครับ) กับอุปกรณ์ตัวแรกที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นานอย่าง Samsung Galaxy K Zoom ที่ถูกพัฒนาให้ทันสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการถ่ายภาพใหม่ๆ นอกจากนี้ยังบางและเบากว่าตัวก่อนมาก กลายเป็นกล้องดิจิตอลโทรได้ที่ไม่ได้มีขนาดเกะกะอีกแล้ว ใครสนใจก็ไปเยี่ยมชมสินค้ากันที่ Samsung Brand Shop ใกล้บ้านท่านได้เลย เพราะวางจำหน่ายในประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในราคาสบายกระเป๋าที่ 15,900 บาทครับ

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
0%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
Pichaet Tang-on
Pichaet Tang-on
นักนิเทศศาสตร์ วิทยากร นักเขียนมือใหม่ ทาสแมว และบล็อกเกอร์ เชี่ยวชาญในสาขาวาทนิเทศ (การสื่อสารมนุษย์) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและการฝึกอบรม เจ้าระเบียบ กรอบจัด ไม่ถนัดอินดี้ ชอบเสพสื่อแมสและสื่อดิจิทัล รักการดูหนังบล็อกบัสเตอร์ ปลื้มเพลงโซลและอาร์แอนด์บี เป็นสาวกไมโครซอฟท์

Leave a Reply