Columns
Now Reading
IN&OUT: Tech–Spotlight (10/2014)
0

IN&OUT: Tech–Spotlight (10/2014)

by Pichaet Tang-onOctober 12, 2014
อัพเดตเทคโนโลยีเด่น ประจำเดือนตุลาคม 2014

กลับมาพบกันอีกครั้งกับ Tech–Spotlight คอลัมน์วิทยาการประจำนิตยสาร IN&OUT Thailand อัพเดทข่าวเทคโนโลยีใหม่ๆ อุปกรณ์สุดทันสมัย นำเสนอสู่สายตาท่านทุกฉบับ สำหรับฉบับนี้ เราจะพาทุกท่านไปพบกับอุปกรณ์ของ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการกับ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่ทาง Apple เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ ในขณะที่ Surface Pro 3 ที่ทาง Microsoft อวดว่าเป็นแท็บเล็ตที่ใช้แทนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กได้เลย ก็ได้วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการไปแล้ว และถ้าท่านเคยได้ยินข่าวโครงการ Wi-Fi ฟรีทั่วโลกของ Mark Zuckerberg วันนี้เรามีข่าวอัพเดตของแผนเทคโนโลยีนี้มาฝากกัน Let’s begin…

Tech–Alpha: Apple iPhone 6 & iPhone 6 Plus

เพิ่งเปิดตัวกันไปสดๆ ร้อนๆ และหลายประเทศก็เริ่มวางจำหน่ายกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับเทศกาลสมาร์ทโฟนประจำปีของ Apple Inc. ผมกำลังพูดถึง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่ทาง Apple นำโดย Tim Cook ซีอีโอคนปัจจุบัน ตัดสินใจกระโดดลงมาแจมตลาดสมาร์ทโฟนจอใหญ่ ด้วยการเพิ่มไซส์ให้จอ iPhone 6 และเพิ่มไซส์แบบบิ๊กบึ้มให้กับ iPhone 6 Plus ด้วย นอกจากเรื่องจอแล้ว iPhone ของปีนี้ยังมาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่ ด้วยตัวเครื่องแบบอลูมิเนียมที่โค้งมนแวววาวรับกับหน้าจอ Retina HD ที่เขาว่าละเอียดยิ่งกว่าเดิม (จะยิบไปไหน)

Apple iPhone 6 และ iPhone 6 Plus นั้น มีคุณสมบัติภายในที่เหมือนกันแทบทุกประการ จะต่างกันก็แค่เพียงหน้าจอที่ขนาดและความละเอียดของ iPhone 6 Plus นั้นจะมากกว่า โดย iPhone 6 จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ที่ความละเอียด 1334×750 พิกเซล และ 5.5 นิ้ว ที่ความละเอียดแบบ Full HD 1920×1080 พิกเซล ใน iPhone 6 Plus ใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุด iOS8 ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับความบางเฉียบเพียง 7 มิลลิเมตร กับสถาปัตยกรรมภายในแบบ 64-bit เหมือนในคอมพิวเตอร์ ชิพประมวลผลส่วนกลาง A8 และชิพกราฟิกรุ่นล่าสุด M8 นอกจากนี้ iPhone ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับระบบแสกนลายนิ้วมือที่เคยสร้างความฮือฮาตั้งแต่รุ่น 5S กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รองรับเทคโนโลยี LTE (4G) และ NFC อีกด้วย ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Apple.com

Tech–Beta: Facebook’s Wi-Fi Drones

ปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาทุกๆ ด้านของโลก จนเกิดแนวคิดที่เรียกว่า “Internet is Everything” ในประเทศที่ได้รับการพัฒนาด้านการติดต่อสื่อสาร ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าอินเตอร์เน็ตคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต แต่มันสามารถนำพาทุกสิ่งทุกอย่างให้เชื่อมต่อถึงกันได้ นั่นหมายถึงความเจริญและการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม มีเพียง 1 ใน 3 ของประชากรโลกเท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงการติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตได้ โครงการ Internet.org จึงเกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นด้วยความต้องการที่จะให้คนทั่วโลกได้เข้าถึงอินเตอร์เน็ต นำโดย Mark Zuckerberg ซีอีโอแห่ง Facebook และ Connectivity Lab ศูนย์ทดลองที่ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จะทำให้ Internet.org สามารถดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

ไม่นานมานี้ ทาง Facebook และ Connectivity Lab ได้ประกาศว่ากำลังวางแผนที่จะนำเครื่องบินไร้คนขับ (Drone) ที่สามารถปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ลงสู่ภาคพื้นดินเบื้องล่างได้ ขึ้นทดลองการบินและการปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งเครื่องบินไร้คนขับที่ว่านี้ อาศัยพลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยจะบินสูงอยู่เหนือสภาพอากาศทั้งมวลเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนทางสัญญาณขึ้น นั่นคือความสูงในระดับ 60,000 ฟุต หรือมากกว่านั้น ซึ่งในเวลานี้ยังไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนออกมารองรับ ทางโครงการจึงต้องอาศัยกฎหมายเท่าที่มีอยู่ซึ่งทำให้เกิดอุปสรรคที่เครื่องบินไร้คนขับจะต้องมีมนุษย์คอยบังคับในอัตรา 1 ต่อ 1 อย่างไรก็ตาม ทาง Internet.org กำลังพยายามผลักดันกฎหมายการบินเพื่อให้มนุษย์ 1 คน สามารถบังคับเครื่องบินไร้คนขับได้อย่างน้อย 10 หรือ 100 ลำ เพื่อทำให้การผลักดันของโครงการนี้สำเร็จลุล่วงในการนำพาอินเตอร์เน็ตสู่คนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้

Tech–Omega: Microsoft Surface Pro 3

ถ้าพูดถึงแท็บเล็ตแบบไฮบริดจ์แล้ว ย่อมต้องมี Microsoft Surface Pro อยู่ในลิสต์ด้วยแน่นอน เพราะมันไม่ใช่แค่แท็บเล็ตที่จัดพิมพ์เอกสารได้เหมือนกับรุ่น Surface ที่รันบน Windows RT แต่ Surface Pro ที่รันบน Windows 8.1 Pro สามารถทำงานทุกอย่างเหมือนกับที่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งจะสามารถทำได้ โดยที่ยังคงความสามารถ น้ำหนัก และความคล่องตัวแบบแท็บเล็ตเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่แน่นอนว่า คุณต้องแลกด้วยราคาที่สูงลิบแบบไฮบริดจ์ด้วยเช่นกัน แต่ก็เป็นราคาที่หลายคนยอมแลก เนื่องจากแท็บเล็ตเจ้าอื่นในตลาดนั้น ยังมีจุดอ่อนในการทำงานที่เป็นเรื่องเป็นราว การจัดการเอกสารต่างๆ ก็ยังไม่สะดวกเหมือนทำในคอมพิวเตอร์ บทว่าจะแบกโน้ตบุ๊กติดตัวไปไหนมาไหนก็ดูไม่สะดวก เพราะน้ำหนักบางรุ่นก็ไม่ใช่น้อย งานนี้แท็บเล็ตไฮบริดจ์ของ Microsoft จึงได้ใจไปเต็มๆ

Microsoft Surface Pro 3 ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของ Surface Pro และ Surface Pro 2 ด้วยการปรับปรุงข้อบกพร่องจากรุ่นก่อน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น Kick Stand ที่ปรับระดับได้ตามที่ต้องการ แป้นพิมพ์ Type Cover ที่สามารถพิมพ์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น พร้อมแสง Backlit ที่ตัวอักษรทุกแป้น เพิ่มความสะดวกสำหรับการใช้งานในที่มืด Surface Pen แบบใหม่ที่ทำจากอลูมิเนียม ให้ความรู้สึกเหมือนปากกาจริง โดย Microsoft Surface Pro 3 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 12 นิ้ว ที่ความละเอียด 2160×1440 พิกเซล มีความจุแบตเตอรี่ที่ทำให้คุณสามารถท่องเว็บไซต์ได้อย่างต่อเนื่องถึง 9 ชั่วโมง พร้อมหน่วยประมวลผล Intel Core เจนเนอเรชั่น 4 ที่คุณสามารถเลือกได้ทั้ง i3, i5 และ i7 ประสานการใช้งานแอพพลิเคชั่นแบบแท็บเล็ต และโปรแกรมเดสก์ท็อปแบบแล็ปท็อปที่คุณคุ้นเคย ใครสนใจก็สามารถไปดูตัวจริงที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่าน สนนราคาเริ่มต้นแบบไฮบริดจ์ที่ 29,500 ครับ

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
0%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
Pichaet Tang-on
Pichaet Tang-on
นักนิเทศศาสตร์ วิทยากร นักเขียนมือใหม่ ทาสแมว และบล็อกเกอร์ เชี่ยวชาญในสาขาวาทนิเทศ (การสื่อสารมนุษย์) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและการฝึกอบรม เจ้าระเบียบ กรอบจัด ไม่ถนัดอินดี้ ชอบเสพสื่อแมสและสื่อดิจิทัล รักการดูหนังบล็อกบัสเตอร์ ปลื้มเพลงโซลและอาร์แอนด์บี เป็นสาวกไมโครซอฟท์

Leave a Reply