Columns
Now Reading
ผิดพลาดวันนี้เสียคะแนน ผิดพลาดวันหน้าเสียอะไร?
0

ผิดพลาดวันนี้เสียคะแนน ผิดพลาดวันหน้าเสียอะไร?

by Pichaet Tang-onOctober 9, 2015
แต่ถ้าคิดในแง่ของชีวิตจริง ในการทำงานจริงๆ นั้น ไม่มีลูกค้าคนไหนที่จะรอดูพัฒนาการของเราหรอกนะครับ ผมในฐานะครูย่อมรอศิษย์ได้ แต่ในฐานะลูกค้า เมื่องานไม่ "ปัง" ก็มีอันต้องจบกันไป

บทความนี้ เขียนขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการให้แง่คิดแก่ลูกศิษย์ของตัวเองล้วนๆ เลยครับ เตือนใจวัยรุ่นที่ไม่ค่อยใส่ใจโลกรอบตัวเท่าที่ควร เหตุก็ด้วยผมเองนั้น มักจะมีหน้าที่รับผิดชอบรายวิชาประเภททฤษฎีควบปฏิบัติอยู่เสมอๆ รายวิชาประเภทนี้จะต้องใช้กำลังแรงกาย แรงใจ แรงสมอง และแรงลากสังขารมาเรียน มากกว่าวิชาทฤษฎีล้วนๆ ด้วยคาบเเรียนที่ยาวนานถึง 4 ชม. สติ สมาธิ เลยหนีหายเอาเสียง่ายๆ (ที่มหาวิทยาลัยอื่น คาบทฤษฎีกับปฏิบัติอาจจะแยกกันโดยสิ้นเชิง แต่มหาวิทยาลัยที่ผมสอนอยู่นั้นมักจะจัดไว้ต่อกันเสมอครับ) เรื่องความตั้งใจเรียน ไม่ใช่ประเด็นปัญหาที่ผลักดันให้ผมต้องเขียนบทความนี้ขึ้นหรอกครับ ประเด็นคือความพยายาม ความเอาใจใส่ ความรักที่จะพัฒนาตนเอง ให้มีทักษะในการสร้างสรรค์งานที่เหมาะที่ควรนั่นต่างหาก ที่บรรดาลูกศิษย์ของผมนั้น ดูจะมีน้อยเสียเหลือเกิน แต่เดิมนั้นมันเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะภาคปฏิบัติเราจะเรียนกันแบบ How-to เน้นเรียนรู้วิธีการเป็นหลัก จะไปประยุกต์ใช้อย่างไรนั้น เรามักจะประเมินกันผ่านโปรเจ็คใหญ่ปิดวิชา ซึ่งก็มักจะออกมาในทางที่ดี ทว่าในภาคเรียนนี้ มีการเรียนรายวิชาตัวต่อเนื่อง เนื้อหาในระดับที่สูงขึ้น ผมเองก็สร้างรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Workshop ขึ้นมา หลังจากปูพื้นฐานด้วยขั้นตอนการทำงานแบบมืออาชีพ ที่เนื้อหายากและเยอะจนเด็กๆ แอบเสียศูนย์ไปเล็กน้อยแล้ว ผมก็อัดโจทย์การทำงานแบบจริงจังให้ทันที อาจเรียกได้ว่าเป็นการ “ให้ยาขนานแรง” เลยก็ได้

การให้ยาแรงลักษณะนี้ ผมเองก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่า ผลงานแรกๆ ต้องระเนระนาดไม่เป็นท่า และก็เป็นไปดังคาด แม้ว่าบางกลุ่มอาจจะเลวร้ายเกิดคาดไปสักหน่อยก็ตามที ยาขนานนี้ทำให้ลูกศิษย์ของผมได้พบประสบการณ์ใหม่ๆ เด็กไม่เก่งแต่มีหัวสร้างสรรค์ก็ค้นพบที่ยืนของตนเองที่กว้างขึ้น ในขณะที่เด็กเรียนทั้งหลายต้องพยายามกระเสือกกระสนเอาตัวรอดในกับดักความคิดสร้างสรรค์ที่ตนเองไม่ค่อยจะมี ซึ่งแน่นอนว่า ผมคาดหวังที่จะได้เห็นพัฒนาการของพวกเขาในทางที่ดี ได้เห็นการทำงานที่เข้ารูปเข้ารอยขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านไปแต่ละโจทย์ แต่ผลปรากฏว่า มันยังไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ผมยังไม่เห็นพัฒนาการอย่างเด่นชัดเท่าที่ควร ยอมรับครับว่าผิดหวัง แต่เอาเข้าจริง ผมอาจจะตัดสินพวกเขาเร็วเกินไปก็ได้ ของแบบนี้อาจจะต้องดูกันยาวๆ ผมมีเวลามากพออยู่แล้วในการดูแลพวกเขาให้เป็นได้อย่างที่ผมตั้งใจ กับเวลาที่เหลืออีกครึ่งภาคการศึกษา แต่ถ้าคิดในแง่ของชีวิตจริง ในการทำงานจริงๆ นั้น ไม่มีลูกค้าคนไหนที่จะรอดูพัฒนาการของเราหรอกนะครับ ผมในฐานะครูย่อมรอศิษย์ได้ แต่ในฐานะลูกค้า เมื่องานไม่ “ปัง” ก็มีอันต้องจบกันไป แล้วทำไมงานถึงไม่ “ปัง” ล่ะ สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่เทคนิควิธีการครับ ของแบบนี้มันฝึกกันได้ แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ต่างหาก ที่ฝึกกันยาก จะพูดว่ายากมากเลยก็ได้ เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของทั้งหมด ไม่มีความคิดดีๆ งานดีๆ ก็คงไม่อาจตามมา ผมเองพยายามเคี่ยวเข็ญให้เด็กๆ ได้คิดเยอะๆ พยายามดูงาน พินิจพิเคราะห์งานของคนอื่น ใส่ใจกับไอเดียรอบตัวให้เป็นนิสัย แต่มันก็เป็นสิ่งที่สอนสั่งได้แต่ในห้องเรียน ถ้าพวกเขาไม่ทำตาม แน่นอนว่าผลงานมันจะฟ้อง ผู้สอนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะบอกแล้ว สอนแล้ว ไม่ใส่ใจ ไม่ทำตาม

เมื่องานไม่ “ปัง” ในห้องเรียน นักศึกษาย่อมเสียคะแนนของตนเองไป ตามครรลองและวิธีการประเมินมาตรฐาน แต่เมื่องานไม่ “ปัง” ในชีวิตจริง คุณจะสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่าง เงินทอง ความเชื่อมั่น โอกาส อนาคต ความก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้คือพัฒนาการในวิชาชีพ ที่มันต้องอาศัยจังหวะที่เหมาะสม ถึงจะถูกหยิบยื่นเข้ามาให้ แต่ทุกอย่างสามารถหายไปได้เพราะไม่มีงานดีๆ ให้ลูกค้า และมันเริ่มต้นจากความคิดดีๆ ไม่ถูกระเบิดออกมาจากสมองอันน่าอัศจรรย์ของมนุษย์ ผมบอกว่าความคิดสร้างสรรค์นั้นฝึกยาก แต่ไม่เคยบอกว่าของแบบนี้มันฝึกกันไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเหล่ามนุษย์ศิษย์ที่รักยิ่งของผมนั้น พร้อมที่จะจ่ายไหม จ่ายด้วยความพยายาม จ่ายด้วความเอาใจใส่ จ่ายด้วยความรักที่จะพัฒนาตนเอง ให้มีทักษะในการสร้างสรรค์งานที่เหมาะที่ควร จ่ายด้วยสิ่งที่พวกเขาไม่ค่อยแสดงออกมาให้ผู้สอนได้เห็น ผมเอง ในฐานะครู ก็ยืนอยู่ที่เดิม มีแต่พวกเขาที่ผ่านเข้ามา ตักตวงหลายๆ สิ่งไป (ที่น่าเจ็บใจคือบางคนทำหล่นกลางทาง) แล้วทำให้ตนเองเติบโตขึ้น และวันหนึ่งก็ต้องจากอ้อมอกของเราไปเผชิญชีวิตจริง ที่ไม่มีความปราณีซึ่งครูเคยให้อีกแล้ว ได้แต่หวังเพียงว่า พวกเขาในวันที่ยังมีโอกาส จะกลับมานั่งคิดทบทวน จะกลับมามีเรี่ยวแรงที่จะตักตวงความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ที่ครูพร้อมจะมอบให้อย่างเต็มที่ กลับมาเก็บรักษาคะแนนของตนเองเอาไว้ เสมือนมันเป็นของมีค่าเช่นทองคำ ของมีค่าที่จะทำให้พวกเขาเติบโตไปเป็นคนทำงานที่มีคุณภาพต่อไป


Reference

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
0%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
Pichaet Tang-on
Pichaet Tang-on
นักนิเทศศาสตร์ วิทยากร นักเขียนมือใหม่ ทาสแมว และบล็อกเกอร์ เชี่ยวชาญในสาขาวาทนิเทศ (การสื่อสารมนุษย์) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและการฝึกอบรม เจ้าระเบียบ กรอบจัด ไม่ถนัดอินดี้ ชอบเสพสื่อแมสและสื่อดิจิทัล รักการดูหนังบล็อกบัสเตอร์ ปลื้มเพลงโซลและอาร์แอนด์บี เป็นสาวกไมโครซอฟท์

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.