Journals
Now Reading
ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เหมือนบ้านจะงอน
0

ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เหมือนบ้านจะงอน

by Pichaet Tang-onMay 15, 2014
เรื่องของบ้าน บ้าน บ้าน และความทรุดโทรมเมื่อคนไม่อยู่

ครอบครัวผมมีกัน 4 คนครับ แม่ พ่อ พี่สาว และก็ผม (ไม่นับญาติๆ นะฮะ) ถึงมีกันอยู่แค่นี้ แต่ครอบครัวผมมีบ้านอยู่ตั้ง 4 หลังแน่ะ หลังแรกเป็นทาวน์เฮ้าส์ของพ่อที่กรุงเทพฯ ก็อยู่ที่นี่มาราวๆ 25 ปีแล้ว แต่ก่อนพ่อเปิดเป็นร้านทำเหล็กครับ ส่วนที่เหลือเป็นบ้านที่จังหวัดพิจิตร มีที่อำเภอบางมูลนาก 1 หลัง เป็นทาวน์เฮ้าส์ที่แม่กับพี่ซื้อให้เป็นของขวัญเรียนจบปริญญาตรีของผม (แต่ซื้อไว้ก่อนเรียนจบเกือบ 2 ปี) และมีที่อำเภอดงเจริญ (ตำบลสำนักขุนเณร) อีก 2 หลัง หลังในตลาดเป็นบ้านไม้เก่าที่คุณตายกให้ผมเป็นมรดก (เดิมเคยเป็นเรือนหอของพ่อแม่ผมเอง) ตอนนี้เป็นที่ดินเปล่าไปแล้ว พี่ผมตั้งใจจะสร้างใหม่เป็นบ้านปูนเอาไว้เปิดร้านขายของและทำกิจการต่างๆ หลังแกเกษียณและกลับไปอยู่พิจิตร และสุดท้ายเป็นบ้าน 2 หลังคู่หลังตลาด ซึ่งเป็นบ้านของคุณแม่

ถามว่าอยู่ดีๆ ทำไมถึงเขียนเรื่องนี้ จะอวดรวยหรือไง… เอิ่ม… เปล่าครับ… ครอบครัวผมเคยมีไซส์ขนาด 7-8 คนอยู่ด้วยกัน (แม่มีลูกบุญธรรมหลายคนอ่ะครับ) มีบ้าน 4 หลังก็คงจะสมเหตุสมผลดี แต่ภายหลังพี่ๆ ผมก็แยกออกไป พี่สาวผมคนหนึ่งออกเรือนแต่งงาน อีกคนกลับไปอยู่กับสามีและลูกหลังจากที่เลิกทะเลาะกัน พี่ชายผมกลับไปอยู่ต่างจังหวัดกับครอบครัวที่ร้อยเอ็ด และพี่ชายอีกคนเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนี้บ้านผมเลยเหลือกันอยู่แค่นี้ 4 คน กับบ้าน 4 หลัง (นับอันที่เป็นที่ดินเปล่าด้วย เพราะเดี๋ยวก็จะสร้างใหม่อย่างที่บอกไป) คนเลยไม่พอจะอยู่ครบทุกบ้านไงครับ เนี่ยล่ะประเด็น

ปกติผมกับพี่สาวจะอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะต้องทำงาน ผมเองก็มีแผนจะเรียนปริญญาเอกอีก เราสองคนเลยอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ นี้เป็นหลัก ส่วนพ่อกับแม่ผมก็จะอยู่บ้านที่พิจิตรเป็นหลักเช่นกัน โดยจะอยู่บ้าน 2 หลังคู่ที่หลังตลาดนั่นเอง อ้าว แล้วอีก 2 หลังล่ะ แน่นอนว่าหลังในตลาดที่สำนักขุนเณรนั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะตอนนี้ก็เป็นที่ดินเปล่า พอสร้างใหม่ก็คงได้ใช้ประโยชน์แน่นอน ไอ้บ้านที่น่าจะน้อยใจที่สุดก็เห็นจะเป็นบ้านผมที่บางมูลนากครับ เพราะผมเคยไปอยู่ยาวๆ แค่ช่วงเดียวประมาณเกือบๆ ปี เมื่อ พ.ศ. 2552 หลังผมเรียนจบปริญญาตรี แต่พอย้ายกลับมารับปริญญา ทำงาน และเรียนปริญญาโทต่อ ผมก็แทบจะไม่ได้กลับบ้านเลย ช่วงสุดสัปดาห์ พี่สาวผมก็กลับพิจิตรเป็นประจำ แต่ไปอยู่บ้านแม่อ่ะครับ นานๆ ทีเขาถึงจะยกพลกันไปทำความสะอาดบ้านผม

เขาว่ากันว่าบ้านช่องเนี่ย จะสวยจะน่าอยู่แค่ไหน เวลาไม่มีคนอยู่ในบ้าน มันสามารถโทรมลงได้โดยอัตโนมัตินะครับ เมื่อไม่นานมานี้ผมก็เพิ่งได้โอกาสกลับบ้านที่บางมูลนาก พอเหยียบเข้าบ้านเท่านั้นแหละ โอ้โห สากเท้าสุดๆ กลิ่นก็ไม่โสภาสถาพรเท่าไหร่ วันรุ่งขึ้นเลยต้องสังคายนากันหน่อย ผมเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “บ้านงอน” ครับ ก็ไม่รู้จะบอกยังไงว่าตูก็รักนะบ้านน่ะ แต่ไม่มีเวลากลับช่วยเข้าใจด้วย ก็มันสื่อสารโต้ตอบเราไม่ได้นี่นะ (สื่อสารไม่ได้น่ะดีแล้ว ถ้าบ้านพูดกับเรา มันจะน่ากลัวเกินไป) แม่ผมถึงกับออกปากเลยว่า หลังจากนี้ก็หาเวลากลับมาอยู่บ้านบ้าง ซื้อให้แล้วก็อย่าทิ้งขว้าง แต่ก็นะ จะให้กลับได้สะดวกๆ มันก็ควรจะมีรถใช่ม้า ( -3-)… อิอิ

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
100%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
Pichaet Tang-on
Pichaet Tang-on
นักนิเทศศาสตร์ วิทยากร นักเขียนมือใหม่ ทาสแมว และบล็อกเกอร์ เชี่ยวชาญในสาขาวาทนิเทศ (การสื่อสารมนุษย์) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและการฝึกอบรม เจ้าระเบียบ กรอบจัด ไม่ถนัดอินดี้ ชอบเสพสื่อแมสและสื่อดิจิทัล รักการดูหนังบล็อกบัสเตอร์ ปลื้มเพลงโซลและอาร์แอนด์บี เป็นสาวกไมโครซอฟท์

Leave a Reply