Journals
Now Reading
จะมาเกิดทั้งที ต้องมีวีรกรรม
0

จะมาเกิดทั้งที ต้องมีวีรกรรม

by Pichaet Tang-onApril 17, 2014
เล่าเรื่องน่าปวดหัวตอนแบเบาะอย่างสนุกปาก

เกิดมา 27 ปีแล้วครับ ครบรอบไปไม่นานมานี้ พอวันเวลาเวียนมาถึงวันคล้ายวันเกิดทีไร ก็จะนึกถึงเรื่องราวที่คุณแม่เล่าให้ฟังทุกที นั่นคือเรื่องราวทั้งก่อนและหลังจากผมเกิด วีรกรรมในช่วงที่ลืมตาอันมีอยู่น้อยนิดขึ้นมาดูโลกอันกว้างใหญ่ คุณอาจจะสงสัยว่าเป็นทารกจะไปมีวีรกรรมอะไร แน่นอนครับว่าผมไม่ได้ไปก่อไว้เองหรอก แค่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นแต่เกี่ยวข้องกับผมเต็มๆ

แม่เล่าให้ฟังว่าแม่เป็นคนมีลูกยาก แต่งงานมาก็หลายปีแต่ก็ไม่ท้องเสียที สุดท้ายอดรนทนไม่ได้ คุณแม่ก็เลยลองไปขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูครับ โดยไปขอแถวราชประสงค์ แน่นอนครับ! ฟังธง! องค์พระพรหม ณ โรงแรมเอราวัณ แม่ก็เล่าให้ฟังติดตลกนิดๆ ว่า ขอแต่ให้ปัญญาดี เป็นคนดี ฝักใฝ่ความดี อะไรทำนองนี้ ไม่ได้ขอเรื่องหน้าตารูปร่างแต่ประการใด (ถึงว่าสิ…) ว่าแล้วคุณแม่ก็ฝันครับ เห็นพระอินทร์องค์เขียวๆ เหาะลงมาจากฟากฟ้า ในมือถือลูกแก้วสีขาวโอโม่ไซส์หนึ่งอุ้งมือมาให้ รู้ไหมครับว่าในฝัน คุณแม่ผมว่าอย่างไร แม่ไม่เอาครับ บอกว่าที่บ้านมีเยอะแล้ว (หิ้งพระคุณแม่ผม มีลูกแก้วลูกใหญ่ๆ แบบนี้เพียบครับ) แล้วพระอินทร์ก็จากไป นั่นคือคืนแรกครับ

แม่ศรีอุทัย มารดาผู้เขียน

อีกหลายคืนต่อมา คุณแม่ก็ฝันอีกครับ ฉากเดิมเลย แต่คราวนี้ลูกแก้วเป็นสีเขียวอ่อน แม่ก็ไม่เอาอีกครับ ด้วยเหตุผลเดิม แล้วพระอินทร์ก็จากไป คาดว่าไปทำการบ้านมาใหม่ อีกหลายคืนต่อมา คุณแม่ก็ฝันเป็นรอบที่สาม ฉากเดิมเป๊ะ แต่คราวนี้ลูกแก้วเป็นสีนิลครับ (ดำนั่นแหละจ๊ะ) แม่เล่าว่าเป็นลูกแก้วที่มีแสงประหลาดส่องออกมา พูดง่ายๆ คือถึงดำแต่มีออร่า คุณคงเดาได้นะครับว่า แม่รับมาอย่างปิติเพียงใด อีกหลายเดือนต่อมา พอผมออกจากท้องแม้เท่านั้นแหละ แม่ก็ตระหนักได้ว่า ลูกชายกับลูกแก้วนั่นสีเดียวกันเป๊ะ ช่วง 1-2 ปีแรก เลยถูกขัดสีฉวีวรรณและบำรุงสีผิวเป็นพิเศษ จนขาวขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าความดำมันแรงกว่าครับ ตอนผม 3-4 ขวบ ไอ้ที่แม่ลงทุนบำรุงผิวลูกชายเอาไว้ก็หายสาบสูญไปอย่างไม่น่าเชื่ออีกเช่นกัน ( T-T)

ถ่ายกับคุณแม่ระหว่างไปเที่ยว

แต่เดิมผมมีกำหนดคลอดในเดือนมีนาคมครับ แม่บอกว่าผมเป็นเด็กประหลาดดีแท้ เพราะพอใกล้ถึงกำหนดคลอด แม่ผมก็ไม่มีทีท่าว่าจะปวดท้องคลอดเสียที แม่ก็รอเรื่อยมาจนเลยกำหนดคลอดไป สัปดาห์ก็แล้ว สองสัปดาห์ก็แล้ว ก็ยังไม่ปวดครับ เห็นว่าคุณหมอพยายามเร่งให้คลอดด้วยวิธีใดสักอย่าง ก็ไม่ได้ผล ไม่ปวดอยู่ดี จนเริ่มกังวลว่าผมจะเสียชีวิตในครรภ์ แต่อย่าดูถูกกันครับ ผมดิ้นให้รู้เป็นระยะว่ายังไม่ตายนะจ๊ะ สุดท้ายเดือนที่ 10 ก็ผ่านไป เลยมาจนถึงช่วงต้นเมษายน ซึ่งเข้าเดือนที่ 11 แล้ว รอคลอดธรรมชาติคงจะไม่ได้เรื่อง คุณหมอเกรงผมจะหลับสบายเกินไป เลยตัดสินใจผ่าคลอดครับ ผมออกมาลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย ด้วยน้ำหนักประมาณ 3 กิโลครึ่ง คุณหมอและพยาบาลที่ดูแลก็โล่งใจไปตามๆ กัน

คืนนั้นเอง คุณหมอก็ฝันครับ หมอที่เป็นคนผ่าคลอดผมนั่นแหละ ว่ามีเด็กทารกตัวดำๆ เดินมาหา พลันก็ชี้หน้าว่า “หมอ! ทำไมถึงผ่าเลยกำหนดมาตั้ง 41 นาที ผมจะออกตอน 17 นาฬิกาตรงนะ” ในฝันนั้น คุณหมอตกใจก็ตกใจ (แหงสิ) สงสัยก็สงสัย เลยเดินเข้าไปดูแท็กชื่อที่ติดอยู่กับตัวถึงได้รู้ว่าลูกใคร แทบไม่ต้องเดาเลยครับ 17 ตรงๆ ถูกกันตรึมทั้งหมอทั้งพยาบาล ตั้งแต่นั้นจนกระทั่งวันกลับ ห้องคุณแม่ผมเลยได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ทั้งของใช้เด็ก นมผง (อันนี้สำคัญมาก เพราะผมไม่ยอมกินนมแม่) อาหารเสริมเด็ก ของเล่นเด็ก บลาๆๆ ส่วนค่าคลอด ค่ายา ค่าหมอ ค่านอนโรงพยาบาล (เป็นเดือนๆ) คุณหมอจัดการให้หมดครับ แฮปปี้สุดๆ อิอิ … ก็ประมาณนี้แหละครับ เรื่องของคนมันจะมาเกิดอย่างมีสไตล์ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
0%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
Pichaet Tang-on
Pichaet Tang-on
นักนิเทศศาสตร์ วิทยากร นักเขียนมือใหม่ ทาสแมว และบล็อกเกอร์ เชี่ยวชาญในสาขาวาทนิเทศ (การสื่อสารมนุษย์) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและการฝึกอบรม เจ้าระเบียบ กรอบจัด ไม่ถนัดอินดี้ ชอบเสพสื่อแมสและสื่อดิจิทัล รักการดูหนังบล็อกบัสเตอร์ ปลื้มเพลงโซลและอาร์แอนด์บี เป็นสาวกไมโครซอฟท์

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.