Reviews
Now Reading
Deadpool (2016)
0
นี่มันไม่ใช่ความเกรียน มันคือความเถื่อน!
Overview
Title

Deadpool
เดดพูล

Rating

R (MPAA)
น 15+ (สภว.)

Runtime

1 ชม. 48 นาที

Genres

แอ็คชั่น, ผจญภัย, คอมเมดี้

Storyline

Deadpool สร้างขึ้นจากแอนตี้-ฮีโร่แนวใหม่ของ Marvel Comics ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวที่มาที่ไปของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจที่ผันตัวเองเป็นทหารรับจ้าง เวด วิลสัน เขาต้องผ่านการทดลองลับทำให้เขามีพลังสมานแผลได้อย่างรวดเร็ว และได้แปลงร่างเป็นเดดพูล ถูกหล่อหลอมด้วยคุณสมบัติใหม่และดูลึกลับ เปลี่ยนไปจากคนที่เคยอารมณ์ดี เดดพูลจึงออกล่าตามหาคนที่เกือบจะทำลายชีวิตของเขาไป (Major Cineplex, 2016: Online)

Director

Tim Miller

Producer

Simon Kinberg
Ryan Reynolds
Lauren Shuler Donner

Writer

Rhett Reese
Paul Wernick

Author

Fabian Nicieza
Rob Liefeld

Cinematographer

Ken Seng

Editor

Julian Clarke

Composer

Tom Holkenborg

Cast

Ryan Reynolds เป็น เวด วิลสัน/เดดพูล (Wade Wilson/Deadpool)
Morena Baccarin เป็น วาเนสซ่า คาร์ไลซ์ล (Vanessa Carlysle)
Ed Skrein เป็น ฟรานซิส ฟรีแมน/เอแจ็กซ์ (Francis Freeman/Ajax)
T. J. Miller เป็น วีเซิล (Weasel)
Gina Carano เป็น แองเจิล ดัสท์ (Angel Dust)
Brianna Hildebrand เป็น เนกาโซนิค ทีนเอจ วอร์เฮด (Negasonic Teenage Warhead)
Stefan Kapičić พากษ์เป็น โคลอสซัส (Colossus)
Leslie Uggams เป็น อัลตาบอด (Blind Al)
Karan Soni เป็น โดพินเดอร์ (Dopinder)

Studio

20th Century Fox
Marvel Entertainment
Kinberg Genre
The Donners' Company
TSG Entertainment

Distributor

20th Century Fox

Release Date

11 กุมภาพันธ์ 2559 (ประเทศไทย)
12 กุมภาพันธ์ 2559 (สหรัฐอเมริกา)

Watched

17 กุมภาพันธ์ 2559 (Digital 2D)

Positives

บทเกรียนและกวนบาทา (มากถึงมากที่สุด) ภาพในหนังสวยดี ชัดตื้นคุณภาพ มุมกล้องโอเค นักแสดงทำได้ดีทุกคน ลำดับภาพตื่นเต้น เอฟเฟ็คสมจริง เพลงประกอบงดงามยิ่งนัก

Negatives

มีคำหยาบและกริยาสถุนเกลื่อนกลาด วีเซิลเพื่อนพระเอกน่าจะเถื่อนกว่านี้หน่อย (เอ็งคุมร้านเหล้านะ) วิชวลเอฟเฟ็คแอบลอย ในฉากตู้สู้เร็วไปบ้าง เพลงบรรเลงโดนกลบมิด

Rating
Our Rating
Screenplay
B+
Casting/Acting
A-
Cinematography
A
Video Editing
B+
Visual Effects
A
Score & Music
B+
Bottom Line

จะคิดอะไรมากล่ะครับ ใครยังไม่ได้ดู ก็หุบปาก ถือเงิน แล้วไสหัวไปดูซะนะครับ ไปปลดปล่อยความเลวในตัวเรากัน ฮาแหลกคุ้มค่าเงินแน่นอน ดูเสร็จแล้วรอภาคสองต่อไป

A-
Our Rating
You have rated this

Full Review

เดดพูลนี่ ต้องถือว่าเป็นหนังแบบไหนดีล่ะ ฮีโร่? ฮีโร่นอกกระแส? หรือแอนตี้ฮีโร่? ไม่รู้อ่ะจัดไม่ถูก รู้แต่ว่ามันเป็นด้านเลวๆ ของคนดี คือทำดีอ่ะแหละ ปราบเหล่าร้าย ด้วยการทำให้พวกมันตายซะ (ถือว่าเป็นคนดี… ใช่ป่ะ?) ภาพยนตร์เรื่องนี้นี่ ถือว่าเป็นที่ฮือฮา และมีคนตั้งตารอดูอยู่หลายปี ในที่สุดก็สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างออกมาจนได้ ด้วยทุนสร้างเพียง 58 ล้านเหรียญสหรัฐ (เอาจริงดิ O.o) ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มาก เมื่อเทียบกับคลิปโปรโมทที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ (ฉากต่อสู่บนทางด่วน) ที่งานคอมพิวเตอร์กราฟิกน่าจะอื้อซ่าแน่ๆ เดาว่าคงถ่ายทำด้วยระบบดิจิทัลทั้งหมด เพราะระบบฟิล์มจะเปลืองกว่ามาก ดิจิทัลนอกจากจะประหยัดงบลงได้โข เวลาเอาไปทำ CGI ยังสะดวกกว่าเยอะ จะไปทุ่มกับระบบถ่ายทำให้เปลืองทำไม เมื่อจุดเด่นของเรื่องนี้มันคือบทที่แหกคอก และตัวเอกที่ตูก็ยังไม่แน่ใจว่าจะจัดประเภทมันเป็นตัวอะไรดี คงจัดเป็นฮีโร่ไปแล้วล่ะ ถ้ามันไม่เลว วาจาสามหาว กิริยาตำบอน คนดูก็ดูไปขำไป รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยด้านมืดที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัว (อ้าว… หรือจริงๆ แล้วตูก็เลว)

Screenplay

Spoiler Alert

บทภาพยนตร์เรื่องนี้ คงต้องพูดว่า “แม่งเจ๋งว่ะ” ตามความเถื่อนของหนัง (หือ?) ความเจ๋งของบทภาพยนตร์เรื่องนี้คือ แหกกฎทุกอย่างที่มีอยู่ได้โดยที่คนดูไม่ด่า ไม่ว่าจะคุยกับคนดูอย่างเอาจริงเอาจัง (คือรู้ว่าตอนนี้อยู่ในหนัง) หรือสั่งให้พ่อเดดของเราแสดงแบบโอเวอร์แอ็คติ้ง จิกกัดตัวละครอื่นๆ หรือบุคคลอื่นๆ ทั้งในและนอกจักรวาลของมาร์เวล ตัวละครอื่นๆ ในที่นี้ก็เอาแน่ไม่ได้ กัดตัวละครจริงๆ บ้าง บางครั้งก็กัดนักแสดงที่แสดงเป็นตัวละครนั้นๆ บ้าง ไหนจะวาจาอันหยาบคาย และกิริยาที่สถุนยิ่งนัก ฉากร่วมเพศตามเทศกาล (มาทั้งปีอ่ะ) ฉากเชือดบรรดาตัวร้ายที่เลือดกระจุยกระจาย ปาดคอ จิ้มพุง ตัดหัวแล้วเตะ และอื่นๆ อีกมาก… มากมาย พูดง่ายๆ ว่า พอได้เรท R จาก MPAA มาครอบครอง ทีมงานก็จัดหนักตั้งแต่บทภาพยนตร์แบบไม่ยั้งเลยทีเดียว นี่ก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่า ถ้าเดดพูลได้เรท PG-13 หนังจะเป็นยังไง จะถูกตัดบทลดทอนลงไปมากแค่ไหน และก็อย่างที่ผมบอกไป เถื่อนสถุนขนาดนี้ คนดูก็ไม่ด่า นี่มันด้านมืดในตัวเราชัดๆ

นอกจากเรื่องความเถื่อน สถุน หยาบคาย วายป่วง และจิกกัดไม่เลือกหน้าแล้ว ภาพยนตร์เรื่องเดดพูลยังแอบแทรกมุมมองของความรักเข้าไปอย่างลงตัว และอันที่จริง เอ่อ ออกจะน้ำเน่าเกินไปด้วยซ้ำ ทั้งเดดพูลที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ โดยเฉพาะที่หน้าเยินกลับมา ทางด้านวาเนสซ่า (คุณเมียของพ่อเดด) ก็ยอมได้ทุกอย่างที่จะได้อยู่กับคนที่รัก แม่เจ้า น้ำเน่าโคตรๆ อีกเรื่องหนึ่ง ที่ถือเป็นความเจ๋งของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือความพยายามในการดึงเดดพูลให้เข้าไปในจักรวาลของเอ็กซ์เม็น โดยเรื่องนี้ได้โคลอสซัส กับเนกาโซนิค ทีนเอจ วอร์เฮด (นางโค้ดเนมนี้จริงๆ นะ) มาร่วมในภาพยนตร์ ซึ่งแน่นอนว่าก็โดนเดดพูลกัดอีกตามระเบียบ แล้วพอบทภาพยนตร์เลือกใช้สองตัวละครนี้ ก็สามารถสร้างเส้นเรื่องได้ตามสะดวก โดยไม่กระเทือนกับจักรวาลที่เกี่ยวข้องนั่นเอง

Spoiler Alert

Production

Casting/Acting

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีตัวละครหลักๆ อยู่ไม่มาก แต่แสดงได้ดีทุกตัว ไรอันเองจากเดิมที่เคยรับบทเดียวกัน (เวด วิลสัน / เดดพูล) ใน X-Men Origin: Wolverine ก็เลือกที่จะกลับมารับบทนี้อีกครั้ง เพราะเขารู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากเมื่อได้สวมบทบาทเดดพูล จนมีคำโปรโมทของภาพยนตร์บางอัน ที่บอกว่าไรอันไม่ได้แสดงเป็นเดดพูล แต่เดดพูลต่างหากที่แสดงเป็นไรอัน ส่วนเอ็ดในบทฟรานซิสหรือเอแจ็กซ์ ตัวร้ายหลักของเรื่องนี้ ก็สวมบทบาทได้น่าหมั่นไส้สุดๆ (และโคตรเท่ในเวลาเดียวกัน) มอเรน่าในบทวาเนสซ่า เมียของเดดพูล ก็เซ็กซี่มาก พอเข้าคู่กับเดดพูลยิ่งทำให้รู้สึกว่าสองคนนี้เคมีเข้ากันดีจริงๆ นี่ยังไม่รวมบทสมทบอื่นๆ ทั้งโคลอสซัส ที่เวอร์ชั่นนี้รัสเซียจ๋ามาก (เป็นตัวละครแบบโมชั่นแค็ปเจอร์ ให้เสียงโดยสเตฟาน นามสกุลข้อยออกเสียงไม่ถูก ขออภัย) ซึ่งก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ โดยเฉพาะตอนที่พยายามอธิบายความเป็นฮีโร่ใส่เดดพูล และเอ็กซ์เม็นอีกตัวที่มาโผล่เรื่องนี้ คือเนกาโซนิก ทีนเอจ วอร์เฮด รับบทโดยบรีอันน่า ฮีลเดอแบรนด์ แม้ไม่ค่อยพูดอะไรมากแต่รู้สึกได้ถึงเกรียนภายใน และความเก่งที่ไม่ใช่เล่นๆ

นักแสดงสบทบอื่นๆ ก็อย่างแองเจิล ดัสท์ (จีน่า คาราโน่) ที่แสดงความเถื่อนแบบผู้หญิงได้ถึงใจมาก ดูนางแล้วทำให้นึกถึงเพื่อนทอมตัวใหญ่ที่เคยรู้จักในชีวิตจริง เพียงแต่นางน่ากลัวกว่ามากเท่านั้นเอง แต่จะว่าไป นางจะเผลอไปได้กับโคลอสซัสหรือเปล่านะ ถ้าเป็นไปได้ จะเป็นคู่ที่ข้อยรู้สึกจั๊กจี้ขึ้นมาเลยแหละ (ข… ขนลุก) มาต่อที่วีเซิล (ที เจ มิลเลอร์) โดยรวมดีนะตัวนี้ แต่อยากให้มีบุคลิกหรือการกระทำที่ดูเถื่อนกว่านี้หน่อย แหม ก็อยู่ในร้านเหล้าที่มีลูกค้าโคตรเถื่อนขนาดนั้น จะมานิ่งๆ หน่อมแน้มก็ใช่ที่ จริงไหม สองบทสุดท้ายที่เราจะพูดถึงก็คืออัล หญิงตาบอด เฮาส์เมทของเดดพูล และโดพินเดอร์ คนขับแท็กซี่ เฮ้ย สองบทนี้เป็นสมทบที่เจ๋งมาก ไม่มีส่วนอะไรกับเนื้อเรื่องเลย ไม่มียังได้เลย แต่พอใส่มาแล้วทำให้เห็นความเกรียนของเดดพูลได้ชัดขึ้นมาก อัล ที่แม้จะตาบอดแต่เถื่อนพอกัน และคำแนะนำของนางก็มีอิทธิพลกับเดดพูลได้อย่างไม่น่าเชื่อ (อย่างเรื่องใช้ผ้าสีแดงจะได้ไม่เปื้อนเลือด) โดพินเดอร์ ที่ดูนิ่งๆ แต่ก็กลายเป็นศิษย์ความชั่วของเดดพูลอยู่กรายๆ ว่าแต่มันไปกล่อมอีกท่าไหนหว่า

นอกจากส่วนของการแสดง เรายังต้องขอซูฮกฝีมือแต่งหน้าเอฟเฟ็คของทีมเมกอัพด้วย เพราะแต่งให้เดดพูลมีสภาพไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่ แต่ยังคงความหล่ออยู่ใต้ความไม่น่าดูนั้นได้ด้วย ยิ่งซีนต่อสู้ในห้องแล็บ ที่ต้องเห็นทั้งตัว (อันที่จริงมันแก้ผ้าล่ะ) ซึ่งแปลว่าเจ้าตัวต้องโดนแต่งเอฟเฟ็คทั้งหมด ไม่เว้นแม่แต่น้องชาย พร้อมต้องเดินโทงๆ ตลอดวันถ่าย ไม่ซูฮกก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วล่ะนะ

Cinematography

มาถึงงานภาพกันบ้าง สำหรับภาพยนตร์ที่เหมือนจะเป็นหนังฮีโร่ แต่ใช้ทุนสร้างเพียง 58 ล้านเหรียญนั้น งานภาพที่ออกมาถือว่าเจ๋งคุ้มราคามาก ไม่ว่าจะเป็นระยะชัดที่ตื้นได้ใจ มุมกล้องที่ดูสมเหตุสมผล ทั้งแบบดราม่า และแอ็กชั่น ช่วยเสริมความมันให้กับเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะฉากต่อสู้ต่างๆ ที่ทำคนดูตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากบทจะเถื่อน ตัวละครก็เถื่อน สถานที่ๆ ใช้ก็เถื่อนไม่แพ้กัน บ้านของเดดพูลกับอัล นี่ก็ไม่ได้ถึงกับอยู่ในที่ๆ ดีมาก แค่พอใช้ได้ ร้านเหล้าของวีเซิลก็เต็มไปด้วยความเถื่อน มืดก็มืด ลูกค้าพกปืนทุกคน มีกระดานเดดพูล (กระดานพนันว่าใครจะตาย เดดพูลใช้ชื่อจากกระดานนี้) ที่ทำงานของนางเอกช่วงที่เดดพูลหายไปนี่ก็ บาร์อะโกโก้กันเลยทีเดียว ไหนจะแล็บของเอแจ็กซ์ ที่ดูรวมๆ แล้วออกจะโสโครกไปด้วยซ้ำ ขนาดช่วงท้ายเรื่อง ก็ใช้โลเคชั่นที่เป็นซากเฮลิแคริเออร์ลำยักษ์สนิมเกาะที่ถูกค้ำยันอยู่ แทบทุกที่ เถื่อนเข้ากับเรื่องโดยแท้ จะดูดีหน่อยก็คงมีแต่คฤหาสน์ของเซเวียร์ (โรงเรียนเอ็กซ์เม็นน่ะ) ที่ดูดีมีชาติตระกูล ราวฟ้ากับเหวทีเดียว นี่ล่ะสไตล์ ในส่วนของงานภาพนี้ แอบขัดใจอยู่นิดนึง (นิดเดียวจริงๆ) คือฉากยิงกันบนทางด่วน มันสว่างและเคลียร์มากเกินไป ดูหลุดโทนของหนังไปหน่อย อย่างน้อยปรับให้พอๆ กับช่วงท้ายก็ยังดี สุดท้าย คือฉากเปิดตัวภาพยนตร์ตอนต้นเรื่อง ไอเดียปราดเปรื่อง ทำ CGI ได้สุดยอด ข้อความน่าตบสุดๆ

Post-Production

Video Editing

การลำดับภาพของเรื่องเดดพูล ได้จูเลียน คลาก มือตัดชาวแคนนาเดียน ที่เคยมีผลงานอย่าง District 9, Elysium, Chappie ฯลฯ มาเป็นผู้ลำดับภาพให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งต้องขอชื่นชมว่าตัดได้น่าตื่นเต้นมากสำหรับฉากแอ็กชั่นต่างๆ แม้พวกซีนดราม่าจะไม่มีอะไรหวือหวา แต่ช่วงต่อสู้นี่โดดเด่นจริงๆ ดูเร็ว ลื่นไหน และสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีมาก อาจจะมีบ้างที่เร็วจนดูไม่ทัน แต่ก็เกิดจากความต่อเนื่องของซีน ซึ่งไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไร และถ้าคุณนั่งดูเครดิตของหนังดีๆ คุณจะพบว่าเรื่องนี้ใช้ Adobe Premiere Pro CC ในการตัด ซึ่งดูจะแหกขนบการตัดต่อหนังไปพอสมควรทีเดียว เพราะโดยปกติแล้ว มักจะเป็น Avid Media Composser (หรือเรียก Avid เฉยๆ ก็ได้) ที่จะถูกใช้สำหรับตัดภาพยนตร์ (เพราะ Premiere Pro รุ่นก่อนๆ จะไม่มีฟังก์ชั่นสำหรับพิมพ์โค้ดเพื่อส่งไปตัดต่อฟิล์ม) แต่งานนี้ผมเข้าใจว่าถ่ายดิจิทัลทั้งกระบวนการ (เพราะงบไม่มาก) และงานออกมาดีใครจะแคร์ล่ะ จริงไหม

Visual Effects

เรื่องนี้ถือได้ว่าใช้บริษัทวิชวลเอฟเฟ็คได้เปลืองมาก เท่าที่ทราบมาคือ 7 บริษัท ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟ็คในซีนแอ็คชั่นต่างๆ งานเลือด งานเนื้อหนัง งานปืน งานกระสุน งานรถ (ที่ปลิดปลิวกันอยู่ตอนต้นเรื่อง) งานวัตถุ งานเสียบ งานแทง งานฉาก งานระเบิด งานตัวละคร โดยเฉพาะโคลอสซัสที่เป็นโมชั่นแค็ปเจอร์ เรียกได้ว่างบส่วนใหญ่น่าจะหมดไปกับ CGI นี่แหละ ภาพที่ได้ออกมาก็สวยคุ้มราคา แม้จะแอบไม่เนียนและลอยอยู่บ้าง ก็เป็นเพียงการเกรดสีที่ไม่แนบสนิทของสภาพรอบข้างเท่านั้น แต่ก็อยู่ในระดับใกล้เคียง ไม่ถึงกับเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของภาพยนตร์ที่ใช้ CGI เข้ามาช่วย จะมีเพียงบางซีนเท่านั้น ที่ดูเป็น CGI ชัดเจนเกินไป เช่นพวกซีนต่อสู้ ซึ่งโดยภาพรวมทำได้ดี แต่การเคลื่อนไหวของตัวละครเวลาปะทะกัน ดูเร็วเกินไปนิด โดยเฉพาะเวลาถูกซัดกระเด็นของคู่โคลอสซัส กับแองเจิล ดัสท์

Music & Score

เพลงบรรเลงของเรื่องก็มีนะครับ แม้จะถูกความเก๋าของเพลงที่มีนักร้องจริงๆ กลบเสียเกือบหมดก็เถอะ แต่มันก็มีอยู่ เรื่องนี้ใช้เพลงบรรเลงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสไตล์เพลงของยุค 80 มาประกอบกับเพลงที่มีนักร้องจริงๆ และก็ออกมาดูดีมีสไตล์ เข้ากับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างที่เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกัน การใช้เพลงประกอบสไตล์นี้ เราอาจจะเคยเห็นมาบ้างแล้วใน Guardians of the Galaxy แต่ในเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเลือกเพลงในยุคนั้น แต่ต้องเข้ากับตัวละคร หรือเส้นเรื่องของเดดพูลในช่วงนั้นๆ ด้วย เราจึงได้เห็นตั้งแต่เพลงแนวรักโรแมนติก เพลงแร๊พแสดงความเกรียนและกวนบาทา ไปจนถึงฮิพฮอพแสดงความเถื่อน แม้เพลงพวกนี้จะเสริมหนังให้ถึงใจได้ก็จริง ก็ทำให้เพลงที่ทำมาสำหรับหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ ฝ่ากำแพงของเพลงอื่นๆ ออกมาไม่ได้ ทำให้ดูน่าเสียดายจริงไหมครับ บอกเลยว่าออกจากโรงมา ไม่มีเพลงบรรเลงของหนังติดหัวออกมาเลย

Conclusion

ดูจบแล้วอย่าเพิ่งลุกไปไหน เพราะมันมีเอ็นเครดิตสองช่วง ภาคสองมีเคเบิลด้วยล่ะ ใครยังไม่ได้ดู ไม่ต้องคิดอะไรมาก หุบปาก ถือเงิน แล้วไสหัวไปดูซะนะครับ ไปปลดปล่อยความชั่วในตัวเรากัน ฮ่าๆๆ จบเถอะครับ ตูเมื่อยมือแล้ว

Deadpool - Promote Still


References

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
0%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
Pichaet Tang-on
Pichaet Tang-on
นักนิเทศศาสตร์ วิทยากร นักเขียนมือใหม่ ทาสแมว และบล็อกเกอร์ เชี่ยวชาญในสาขาวาทนิเทศ (การสื่อสารมนุษย์) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและการฝึกอบรม เจ้าระเบียบ กรอบจัด ไม่ถนัดอินดี้ ชอบเสพสื่อแมสและสื่อดิจิทัล รักการดูหนังบล็อกบัสเตอร์ ปลื้มเพลงโซลและอาร์แอนด์บี เป็นสาวกไมโครซอฟท์

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.