Reviews
Now Reading
Noah (2014)
0
กล่องไม้ยักษ์กู้โลก!!!
Overview
Title

Noah
โนอาห์ มหาวิบัติวันล้างโลก

Rating

PG-13 (MPAA)

Runtime

138 นาที

Genres

แอ็คชั่น, ผจญภัย, ดราม่า, แฟนตาซี

Storyline

ดัดแปลงและสร้างจากเรื่องราวในหนังสือปฐมกาล (Book of Genesis) ซึ่งเป็นส่วนแรกของคัมภีร์ไบเบิ้ลของชาวฮีบรู เกี่ยวกับโนอาห์ ทายาทสายตรงรุ่นที่ 9 ของเซธบุตรแห่งอดัม ชายผู้ถูกเลือกโดยพระเจ้าผู้สร้างโลกเพื่อรับภารกิจอันสำคัญยิ่ง ในการช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ก่อนที่น้ำท่วมครั้งใหญ่จะถูกส่งมาชำระล้างความชั่วร้ายให้หมดไปจากดินแดนนี้

Director

Darren Aronofsky

Producer

Scott Franklin
Darren Aronofsky
Mary Parent
Arnon Milchan

Writer

Darren Aronofsky
Ari Handel

Composer

Clint Mansell

Cast

Russell Crowe เป็น Noah (โนอาห์)
Jennifer Connelly เป็น Naameh (นาเมห์)
Ray Winstone เป็น Tubal-cain (ทูบัลคาอิน)
Anthony Hopkins เป็น Methuselah (เมธูเสลาห์)
Emma Watson เป็น Ila (อิลา)
Logan Lerman เป็น Ham (ฮาม)
Douglas Booth เป็น Shem (เชม)
Nick Nolte เป็น Samyaza (ซามยาซา)
Leo McHugh Carroll เป็น Japheth (ยาเฟท)
Frank Langella เป็น Og (อ็อก)

Studio

Regency Enterprises
Protozoa Pictures

Distributor

Paramount Pictures

Release Date

28 มีนาคม 2557 (สหรัฐอเมริกา)
10 เมษายน 2557 (ประเทศไทย)

Watched

11 เมษายน 2557 (Digital 3D)

Positives

ดัดแปลงเนื้อเรื่องเป็นบทภาพยนตร์ได้อย่างน่าสนใจ แฝงไปด้วยแง่คิด ออกแบบมิติตัวละครได้ดี กลุ่มนักแสดงนำเล่นได้สมบทบาท มีความคิดสร้างสรรค์ในการลำดับภาพ เทคนิคพิเศษสวยงามตระการตา

Negatives

นักแสดงเล่นได้ไม่ดีในบางซีน เช่นฉากเศร้าๆ ของเอ็มม่า หรือฉากดาร์กๆ ของโลแกน ที่ดูขัดตาไปบ้าง การลำดับภาพบางช่วงทำให้ปวดตา เทคนิคพิเศษบางฉากยังลอย ดูไม่เนียน เพลงประกอบไม่ประทับใจ

Rating
Our Rating
Script
B+
Acting
A-
Editing
B
Effects
B+
Music
C
Bottom Line

ถือเป็นภาพยนตร์เนื้อหาเข้มข้นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรไปชมครับ ใครที่ชอบภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องราวทางศาสนา เต็มไปด้วยอภินิหาร ดูแล้วได้แง่มุมความคิดดีๆ ลำดับภาพสวย CG เนียน พร้อมดาราดังมากมาย ไม่ควรพลาดเรื่องนี้นะครับ

B
Our Rating
You have rated this

Full Article

เรื่องราวของเรือโนอาห์ เป็นอีกเรื่องราวทางศาสนาเรื่องหนึ่ง ที่ถูกหยิบขึ้นมาสร้างอยู่บ่อยครั้ง ทั้งภาพยนตร์ สารคดี แอนิเมชัน ฯลฯ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการล้างโลกด้วยการทำลายสรรพชีวิตโดยพระผู้สร้างหรือพระเจ้า (เน้นเล่นงานมนุษย์เป็นหลัก) เรื่องราวของเรือโนอาห์นี้ ปรากฏอยู่ในหนังสือปฐมกาล หรือ Book of Genesis ซึ่งเป็นส่วนแรกของคัมภีร์ไบเบิ้ลดั้งเดิมของชาวฮีบรู เล่าถึง “โนอาห์” ทายาทสายตรงของเซธบุตรแห่งอดัม ที่นิมิตเห็นความตายของมวลมนุษย์ที่กำลังคืบคลานเข้ามา “ความตายจากน้ำ” หลังจากนั้น เขาพร้อมครอบครัวก็ได้รับภารกิจสำคัญในการช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ (ในที่นี้หมายถึงสรรพสัตว์ ทั้งสัตว์บก สัตว์เลี้ยงคลาน และสัตว์ปีก) โดยการสร้างนาวา (เรือ) เพื่อให้อยู่รอดระหว่างน้ำท่วมใหญ่ที่จะกวาดล้างมนุษย์ผู้ใช้ชีวิตอย่างชั่วร้ายไปให้หมดสิ้น

Noah - 12

Screenplay

การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานศิลป์เหล่านี้แต่ละครั้ง ผู้สร้างก็มีแนวคิด วิธีการ และหลักปรัชญาในการสร้างสรรค์แตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะทำตามเนื้อหาในหนังสือทุกกระเบียด (ซึ่งก็ต้องแต่งบทเพิ่มบ้างอยู่ดี เพราะเนื้อหาที่ปรากฏในหนังสือนั้นสั้นเหลือเกิน) แต่ในครั้งล่าสุด ภาพยนตร์เรื่อง “Noah” หรือ “โนอาห์ มหาวิบัติวันล้างโลก” ซึ่งออกฉายในบ้านเราไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2557 ที่ผ่านมานี้ กลับมีมุมมองในการถ่ายทอด ที่สำหรับผมเองแล้ว มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีการดัดแปลงเนื้อหาบางส่วน เอาเรื่องอื่นๆ ในหนังสือปฐมกาลมายำเพิ่ม เพิ่มมุมมองและมิติของตัวละครที่ลึกและมืดมนกว่าที่เคยเห็นมา ทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่อง ก็ดูมีตรรกะและเป็นเหตุเป็นผล ไม่ได้เล่าเรื่องห้วนๆ แค่ความเป็นมาและความเป็นไป แม้จะทำทั้งหมดนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสในโครงเรื่องเดิมเลย ทั้งยังกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผู้ชมได้คิดทบทวน ถึงความควรค่าในการมีอยู่ของมนุษย์อีกเสียด้วยซ้ำ

Noah - 06

“I look at you and I see a glimmer of Adam again.”
— Og (the watcher) to Noah

โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบเรื่องราวของ Watcher เป็นพิเศษ (จำไม่ได้แล้วว่าในซับไทยแปลไว้ว่าอย่างไร) Watcher เป็นกลุ่มเทวดาตกสวรรค์ จากการให้ความช่วยเหลือมนุษย์เดินดิน ด้วยการมอบความรู้ในเรื่องต่างๆ ให้ โดยเฉพาะเหล่าลูกหลานทายาทของคาอินบุตรแห่งอดัม (เข้าใจว่าเขียนตามคัมภีร์ฉบับแปล แต่เอาจริงๆ มันอ่านว่า “เคน” นะครับ) เดิมตัวของ Watcher ทำจากแสง แต่พอพุ่งหลาวลงมาที่โลกแล้ว พระเจ้าก็จับขังไว้ในหินและโคลน กลายเป็นยักษ์ที่มีร่างเป็นหิน เรื่องของเทวดาตกสวรรค์กลุ่มนี้เป็นการดัดแปลงเนื้อหานะครับ เรื่องเดิมในคัมภีร์ดาร์กกว่านี้มาก ยักษ์หินเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อเนื้อเรื่องของภาพยนตร์มาก เพราะเป็นผู้ที่ช่วยโนอาห์สร้างนาวาไซส์มหึมาอลังการ (แน่นอนว่าคุณไม่เห็นตอนที่ว่านี้ในตัวอย่างภาพยนตร์หรอก) และนอกจากสร้างแล้ว ยังคอยปกป้องนาวานี้ไว้จนวาระสุดท้ายก่อนน้ำจะโถมท่วม เข้าใจว่าเป็นการพยายามไถ่บาปที่ได้ทรยศพระเจ้าเอาไว้ในอดีต

Noah - 05

อีกมุมหนึ่งที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงว่าจะมีในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือปัญหาภายในครอบครัวของโนอาห์เอง เหตุเกิดมาจากลูกชายคนกลาง หรือ “ฮาม” ซึ่งเป็นลูกชายที่โดนโนอาห์แช่งชักในเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับเหล้าองุ่นในภายหลัง (ตามเนื้อหาเดิม) เรื่องนี้ถูกดัดแปลงให้มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่านั้น จากปัญหาเล็กๆ กลายเป็นจุดแตกหักของพ่อลูกในท้ายที่สุด ผมชอบการดัดแปลงเนื้อหาในส่วนนี้มาก เพราะเหตุการณ์ดั้งเดิมที่โนอาห์แช่งลูกชายตัวเองด้วยอารมณ์แบบนั้น เป็นเรื่องงี่เง่าและไม่สมเหตุสมผล นอกจากเรื่องของฮามแล้ว โนอาห์เองก็เป็นอีกคนที่ต้องต่อสู้กับจิตใจตนเอง หลังจากที่เขาได้เห็นความชั่วร้ายของมนุษย์อย่างเต็มตา จนเชื่อและตัดสินใจว่า สายชีวิตของมนุษย์ทั้งหมดต้องสิ้นสุดลง จะไม่มีการเริ่มใหม่หลังจากน้ำท่วมเหมือนกับสรรพสัตว์อื่นๆ ส่วนนี้บีบคั้นคนดูสุดๆ เพราะโนอาห์ดาร์กมาก

Production

Noah - 18

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงคุณภาพตบเท้าเข้าร่วมแสดงมากมาย แต่ละคนก็สามารถดึงบทบาทออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ Russell Crowe ที่ถ่ายทอดความดาร์กของโนอาห์ออกมาได้น่ากลัวจริง (โนอาห์ไม่ได้ดาร์กทั้งเรื่องนะครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด) อีกคนหนึ่งคือ Anthony Hopkins ซึ่งรับบทเมห์ธูเสลาห์ คุณปู่ผู้อายุยืนของโนอาห์ (ในหนังสือก็บอกว่าเป็นมนุษย์ที่อายุยืนที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว) แม้จะออกอยู่ไม่กี่ฉาก แต่เห็นเลยว่าเป็นมนุษย์ผู้ทรงภูมิ และมีพลังอำนาจอยู่กับตัวไม่ใช่น้อย (พลังเยอะพอที่ตอนหนุ่มจะช่วยเหลือเหล่า Watcher เอาไว้ ด้วยการปักดาบไฟลงพื้นเผาคนทั้งกองทัพ!) ส่วนบรรดานักแสดงวัยรุ่นอย่าง Emma Watson ในบทของ “อิลา” และ Logan Lerman ในบทของ “ฮาม” ก็สวมบทบาทได้ดีไม่แพ้กัน ยกเว้นในบางฉากที่รู้สึกว่าขัดอกขดใจจังเลย อย่างฉากเศร้าๆ ของอิลา และฉากมืดหม่นของฮาม (Logan ดูจะเหมาะกับบทวัยรุ่นแอคทีฟมากกว่านะผมว่า)

Noah - 15

ในด้านของการลำดับภาพและเทคนิคพิเศษ โดยภาพรวมทำได้อย่างยอดเยี่ยมเลยนะครับ ด้านเทคนิคพิเศษนี่ติดอยู่นิดเดียวคือฉากที่มีสัตว์ต่างๆ ทั้งฉากขึ้นเรือ ฉากนกบินมาที่เรือ และฉากเล่าเรื่องกำเนิดโลก ที่ยังดูเป็น CG อยู่นิดหน่อย (อันนี้ไม่แน่ใจว่าเพราะดูในระบบ D3D ด้วยหรือเปล่า) ในส่วนของการลำดับภาพก็แทบไม่มีอะไรต้องตินะครับ แต่จะมีบางฉากที่เป็นลักษณะของการนำภาพนิ่งมาเรียงต่อกัน อย่างฉากเล่าเรื่องกำเนิดโลก ที่จะเห็นภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งดูสร้างสรรค์ดีนะครับ แต่ต้องแลกมากับอาการปวดตาเล็กน้อย ดีว่านานๆ มาทีและมีไม่กี่ฉาก อีกเรื่องหนึ่งที่รู้สึกไม่สุดอย่างแรง คือดนตรีประกอบภาพยนตร์ครับ ดนตรีประกอบเรื่องนี้ดูไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่นัก แทบจะจับธีมใดๆ ไม่ได้ ทั้งยังไม่ค่อยจะช่วยสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมเลย ค่อนข้างผิดหวังกับส่วนนี้ครับ

Conclusion

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์เนื้อหาเข้มข้นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ควรไปโดนนะครับ ด้วยบทภาพยนตร์ที่คงไว้ทั้งเนื้อหาเดิมค่อนข้างครบถ้วน ตัวละครมีมุมและมิติที่น่าสนใจ การดำเนินเรื่องมีตรรกะ มีเหตุมีผล ที่สำคัญคือมีแง่คิดให้กับผู้ชมได้เก็บกลับไปคิดต่อ ใครที่ชอบภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องราวทางศาสนา เต็มไปด้วยอภินิหาร ลำดับภาพสวย CG เนียน พร้อมดาราดังมากมาย ไม่ควรพลาดเรื่องนี้นะครับ

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
0%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
Pichaet Tang-on
Pichaet Tang-on
นักนิเทศศาสตร์ วิทยากร นักเขียนมือใหม่ ทาสแมว และบล็อกเกอร์ เชี่ยวชาญในสาขาวาทนิเทศ (การสื่อสารมนุษย์) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและการฝึกอบรม เจ้าระเบียบ กรอบจัด ไม่ถนัดอินดี้ ชอบเสพสื่อแมสและสื่อดิจิทัล รักการดูหนังบล็อกบัสเตอร์ ปลื้มเพลงโซลและอาร์แอนด์บี เป็นสาวกไมโครซอฟท์

Leave a Reply