Reviews
Now Reading
Oculus (2014)
0
กระจกบ้าอะไร หลอนฉิบ!
Overview
Title

Oculus
ส่องให้เห็นผี

Rating

R (MPAA)

Runtime

104 นาที

Genres

สยองขวัญ

Storyline

11 ปีก่อน เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับครอบครัวรัสเซล อลันและมารีเสียชีวิต ลูกชายคนเล็ก (ทิม) ถูกจับในฐานะผู้สังหารพ่อ หลายปีต่อมา เคย์ลี่เริ่มสืบหาประวัติเกี่ยวกับกระจกโบราณที่เธอเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัวของเธอและผู้ครอบครองตลอดหลายศตวรรษ เมื่อทิมถูกปล่อยตัว ทั้งคู่จึงกลับไปยังบ้านหลังเก่าอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ความจริง ทว่ากระจกอาถรรพ์บานนั้น ไม่ถูกทำลายง่ายๆ

Director

Mike Flanagan

Producer

Marc D. Evans
Trevor Macy

Writer

Mike Flanagan
Jeff Howard

Composer

The Newton Brothers

Cast

Karen Gillan เป็น Kaylie Russell (เคย์ลี่ รัสเซล)
Brenton Thwaites เป็น Tim Russell (ทิม รัสเซล)
Katee Sackhoff เป็น Marie Russell (มารี รัสเซล)
Rory Cochrane เป็น Alan Russell (อลัน รัสเซล)
Annalise Basso เป็น 13-year-old Kaylie (เคย์ลี่ อายุ 13 ปี)
Garrett Ryan เป็น 10-year-old Tim (ทิม อายุ 10 ปี)
James Lafferty เป็น Michael Dumont (ไมเคิล ดูมอนท์)

Studio

Blumhouse Productions
WWE Studios
Intrepid Pictures

Distributor

Relativity Media

Release Date

11 เมษายน 2557 (สหรัฐอเมริกา)
1 พฤษภาคม 2557 (ประเทศไทย - เฉพาะรอบดึก)
8 พฤษภาคม 2557 (ประเทศไทย)

Watched

11 พฤษภาคม 2557 (Digital)

Positives

บทภาพยนตร์เล่าเรื่องผ่านภาพได้อย่างชาญฉลาด ผสานฉากในอดีตกับปัจจุบันได้อย่างแนบเนียน ทำงานกับกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักแสดงถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี โดยเฉพาะเด็กๆ

Negatives

นางเอกแสดงแข็งไปบ้างในบางฉาก มีผีโผล่มาบ้างแต่ดูจะไม่มีบทบาทอะไร อาจมีคำถามว่าโผล่ออกมาทำไม บางฉากต้องตั้งใจดูดีๆ ไม่งั้นอาจจะงงและเกิดคำถามได้ หนังเงียบจนคนดูเกร็ง

Rating
Our Rating
Script
B+
Acting
B-
Editing
B+
Effects
B
Bottom Line

ถือว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ทำออกมาได้ดีมากเรื่องหนึ่ง มีสไตล์ในการถ่ายทอดเนื้อหาที่ไม่ซ้ำใคร สมกับได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกไปหลายสำนักครับ

B
Our Rating
You have rated this

Full Article

ภาพยนตร์เรื่องนี้ จัดอยู่ในแนวสยองขวัญสั่นประสาทซึ่งเป็นแนวที่ผมชื่นชอบ แต่ผมเองก็มักจะเลือกดูแค่บางเรื่อง เพราะไม่ชอบสไตล์ของหนังผีฝรั่งเท่าไหร่นัก กล่าวคือ หลายเรื่องมักสร้างความหลอนและความสยองออกมาได้ไม่ค่อยสุดทางสักเท่าไหร่ ถ้าผมเลือกดูเรื่องไหนแล้วเรื่องนั้นทำให้ตัวผมเกร็ง ยืดหลังตรงอัตโนมัติ เสียวสันหลังวูบวาบ มีตุ้งแช่ให้ตกใจได้ลึกๆ ผมก็ให้ผ่านล่ะครับ แต่ก็ค่อนข้างหายาก นานๆ จะรอดไปสักเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมพบว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยเข้าสูตรสำเร็จตามที่ผมบอกไปเท่าไหร่ครับ แต่ผมก็ให้ผ่านอย่างเต็มใจ เพราะจุดเด่นอยู่ที่ความหลอนแบบนอนสต๊อป หลอนยาวแบบไม่ต้องพักหายใจหายคอกันเลยทีเดียว ดูแล้วเหนื่อยมากครับ นอกจากหลอนแล้วยังเสียวสันหลังอีกด้วย ยิ่งตอนท้ายเรื่อย คุณจะเสียวไล่มาถึงท้ายทอยเลยทีเดียว รับรองครับ เป็นกันทั้งโรงแหละ (ต้องไปดูถึงจะรู้ว่าทำไม)

Oculus - 01

Screenplay

เนื้อหารวมถึงบทภาพยนตร์ของเรื่องนี้ ถ่ายทอดออกมาอย่างชาญฉลาดมากๆ ครับ มันไม่ใช่หนังเกร่อๆ ที่เล่าย้อนความเป็นมาและต่อด้วยความเป็นไป แล้วก็จบ เพราะการเล่าเรื่องเป็นการผสมผสานเรื่องราวในอดีตและปัจจุบันอย่างแนบเนียน แสดงให้เราเห็นการดำเนินเรื่องทั้งสองช่วงเวลาไปพร้อมๆ กัน โดยที่ไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกสะดุดหรือโดนขัดจังหวะแต่อย่างใด เนื้อหาในตอนที่ตัวเอกทั้งสองของเราถูกกระจกหลอกหลอน สร้างภาพลวงตาให้เห็นไปต่างๆ นาๆ ก็สามารถสร้างความปวดหัวให้ผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง การหลอกหลอนตัวเอกทั้งคู่ก็เป็นไปอย่างมีสไตล์ ไม่ได้หลอนพร่ำเพรื่อ เอาแค่พอประมาณแต่สร้างผลกระทบใหญ่หลวง ผมยังมานั่งคิดๆ ดูเลยว่า ถ้าใครเข้าไปติดอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นและเกิดสติแตกขึ้นมาเนี่ย ก็ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมันชวนให้บ้าจริงๆ ยกนิ้วให้เลยครับเรื่องนี้

Oculus - 04

Production

ในด้านของการผลิตงาน อย่างแรกที่ต้องขอชื่นชมก็คือการทำงานกับ “กระจก” ครับ คุณอาจจะคิดแบบง่ายๆ ว่าแหม ก็ไม่เห็นมีอะไรมาก ก็แค่ใช้เทคนิคบลูสกรีนก็จบแล้ว ก็ใช่แหละครับ แต่ผมว่านั่นมันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ตามที่ผมลองคิดถึงวิธีการทำงานส่วนนี้ดู ก็พบว่าคงจะต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดีนะครับ อย่าลืมว่าภาพในกระจกต้องกลับด้าน แถมกระจกที่ใช้ในเรื่องก็ไม่ใช่กระจกสี่เหลี่ยมบ้านๆ ที่ติดแนบกับผนัง แต่เป็นกระจกมีกรอบ แถมเป็นกรอบหนาและใหญ่ด้วย มันจะให้มุมมองของภาพที่สะท้อนออกมาต่างจากกระจกเรียบๆ ดังนั้น ทีมงานจะต้องวางแผนกันเป็นอย่างดี ต้องรู้ว่าถ่ายมุมนี้ ภาพในกระจกจะสะท้อนภาพออกมาอย่างไร พอนำไปทำเทคนิคพิเศษจะได้ไม่หลอกตา ซึ่งการทำงานส่วนนี้ ฉากที่เป็นมุมมองของกล้อง (ที่นางเอกใช้) ในเรื่อง ช่วยทุ่นแรงในการผลิตได้เยอะครับ เพราะส่วนนี้เห็นกล้องก็ได้ สบายไป

Oculus - 02

ในเรื่องของการแสดง นักแสดงทั้งหมดถ่ายทอดบทออกมาได้เป็นอย่างดีนะครับ ได้อารมณ์ที่บีบเค้นและกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นลำดับ ตัวน้องชาย (ตอนโต) ก็ดูสับสนว้าวุ่นจริงๆ ส่วนตัวพี่สาว (ตอนโต) นั่นออกจะแข็งไปนิดหน่อยในบางฉาก สำหรับเด็กๆ นี่แสดงดีมากครับ อารมณ์ของเด็กวัยกำลังโตที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์คอขาดบาดตายถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน ส่วนบรรดาผีๆ ซึ่งเป็นนักแสดงสมทบนั้น ออกจะหลอนน้อยไปนิด แต่ผีๆ ไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่ เลยโทษกันไม่ได้แหละเนอะ นี่ถ้าเพิ่มบทวูบวาบผลุบๆ โผล่ๆ ตามหลอกหลอนในมุมห้องคงจะหลอนกว่านี้ ติดที่บทจะเน้นการสิงหรือบังคับคนให้ทำตามเป็นหลักครับ เลยต้องให้คนหลอนแทน อย่างไรก็ตาม หากมองให้แบดๆ หน่อย ผมว่าถ้าจะใส่ผีมาแค่นี้ บทบาทของบรรดาผีๆ ก็อาจจะไม่จำเป็นนะครับ

Oculus - 03

สุดท้ายคือการลำดับภาพ (และออกแบบการถ่ายทำ) เป็นการดีไซน์การเล่าเรื่องผ่านภาพที่ฉลาดมากครับ แรกๆ เรื่องในอดีตกับปัจจุบันก็มีการเล่าไปพร้อมๆ กันในลักษณะเนื้อเรื่องเชิงขนาน แต่พอไปหลังๆ มันจะเริ่มกลายเป็นเรื่องเดียวกันครับ อันเป็นความพยายามของกระจกเจ้ากรรมในการหลอกหลอนสองพี่น้องนั่นเอง อย่างเช่น ฉากโถงบันไดมีตัวละครในปัจจุบันเดินผ่านไป แล้วตัวละครในอดีตก็เดินลงบันไดมา คนดูเองก็จะเริ่มสับสนว่าอันไหนจริงอันไหนลวง หรืออันนี้จริงแต่เห็นเป็นอีกอย่าง โห… สับสนไปหมดเลยครับ แถมฉากที่รู้ตัวว่าไอ้ที่เห็นอยู่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริงๆ แต่ละครั้งก็ทำเอาหลอนไปตามๆ กัน อันนี้เป็นเสน่ห์ที่ถือเป็นจุดเด่นมากๆ ของภาพยนตร์เรื่องนี้เลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่น่าสงสัย ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ได้ทำให้เรากลัวหรือตกใจมากนัก เพราะจะเน้นความหลอนผ่านการเล่าเรื่องทางภาพเป็นหลักนั่นเอง

Conclusion

สมกับเป็นหนังสยองขวัญที่ได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกไปหลายสำนักนะครับ แม้จะไม่ใช่หนังผีเต็มตัว และเล่นกับความหลอนของการเล่าเรื่องผ่านภาพเป็นหลัก แต่ผมว่านั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับหนังดีๆ สักเรื่องหนึ่ง ส่วนที่ขาดไปในรีวิวนี้ คือผมไม่ได้พูดถึงเพลงประกอบนะครับ และไม่ได้ให้คะแนนในส่วนนี้ด้วย เพราะมีการใช้น้อยมาก ส่วนใหญ่จะหลอนกับความเงียบครับ …อ่า… นึกถึงฉากจบแล้วยังเสียวที่หลังคอไม่หาย สมแล้วที่ได้เรท R

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
0%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
Pichaet Tang-on
Pichaet Tang-on
นักนิเทศศาสตร์ วิทยากร นักเขียนมือใหม่ ทาสแมว และบล็อกเกอร์ เชี่ยวชาญในสาขาวาทนิเทศ (การสื่อสารมนุษย์) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและการฝึกอบรม เจ้าระเบียบ กรอบจัด ไม่ถนัดอินดี้ ชอบเสพสื่อแมสและสื่อดิจิทัล รักการดูหนังบล็อกบัสเตอร์ ปลื้มเพลงโซลและอาร์แอนด์บี เป็นสาวกไมโครซอฟท์

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.