Reviews
Now Reading
The Boy (2016)
0
Overview
Title

The Boy
ตุ๊กตาซ่อนผี

Rating

PG-13 (MPAA)
น 15+ (สภว.)

Runtime

1 ชม. 37 นาที

Genres

สยองขวัญ, ระทึกขวัญ

Storyline

The Boy เรื่องราวสยองขวัญเมื่อพี่เลี้ยงเด็กคนหนึ่งได้รับการว่าจ้างให้ไปเลี้ยงลูกให้กับครอบครัวหนึ่งแต่ปรากฎว่าเมื่อไปถึงกลับพบว่าเด็กคนดังกล่าวเป็นเพียงตุ๊กตาเด็กชาย ซึ่งพ่อแม่ทั้งสองใช้แทนตัวลูกชายที่เสียชีวิตไป ซึ่งกฎพ่อแม่ได้เขียนกฎข้อห้ามไว้สำหรับการเลี้ยงดูตุ๊กตาตัวนี้ เช่น ห้ามทิ้งตุ๊กตาไว้คนเดียว ห้ามลืมป้อนอาหาร ห้ามเอาผ้าคลุมหน้า แต่สาวพี่เลี้ยงกลับละเลย จนไปพบเรื่องราวสุดสะพรึงและปริศนาเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กชาย (Major Cineplex, 2016: Online)

Director

William Brent Bell

Producer

Matt Berenson
Roy Lee
Gary Lucchesi
Tom Rosenberg
Jim Wedaa

Writer

Stacey Menear

Cinematographer

Daniel Pearl

Editor

Brian Berdan

Composer

Bear McCreary

Cast

Lauren Cohan เป็น เกรต้า (Greta)
Rupert Evans เป็น มัลคอล์ม (Malcolm)
Jim Norton เป็น คุณฮีลไชร์ (Mr. Heelshire)
Diana Hardcastle เป็น คุณนายฮีลไชร์ (Mrs. Heelshire)
Ben Robson เป็น โคล (Cole)
James Russell เป็น บราห์มส ตอนโต (Adult Brahms)
Jett Klyne เป็น บราห์มส วัยเด็ก (Young Brahms)
Lily Pater เป็น เอมิลี่ คริบบ์ส (Emily Cribbs)

Studio

Huayi Brothers Pictures
Lakeshore Entertainment
Vertigo Entertainment

Distributor

STX Entertainment

Release Date

22 มกราคม 2559 (สหรัฐอเมริกา)
28 มกราคม 2559 (ประเทศไทย)

Watched

3 กุมภาพันธ์ 2559 (Digital 2D)

Positives

โครงเรื่องแปลกใหม่ งานภาพสวย รักษาอารมณ์ที่ลึกลับคลุมเครือได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ตัวละครมีมิติที่น่าสนใจโดยเฉพาะเกรต้า (นางเอก) นักแสดงคนอื่นๆ สวมบทบาทได้ดี

Negatives

บทภาพยนตร์ตอนจบคาดเดาง่ายไปนิด รูเพิร์ตในบทมัลคอล์หน้านิ่งไป การลำดับภาพเร็วไปและช้าไปบ้างในบางช่วง น่าจะลำดับได้กระชับกว่านั้น เพลงประกอบไม่ติดหู

Rating
Our Rating
Screenplay
B-
Casting/Acting
A
Cinematography
A-
Video Editing
B
Score & Music
C+
Bottom Line

โดยภาพรวมถือว่าทำออกมาได้ดี สำหรับภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างเพียง 10 ล้านเหรีญ อาจไม่ตราตรึงใจจนถือเป็นงานขึ้นหิ้ง แต่ก็ประทับใจในหลายๆ ซีน กับตุ๊กตาซ่อนผีตัวนี้

B
Our Rating
You have rated this

Full Review

ภาพยนตร์แนวลึกลับ เน้นระทึกขวัญ ปนความสยองน้อยๆ เรื่องนี้ ผมให้ความสนใจ และตั้งตารอชมตั้งแต่ได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์เมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยความน่าสนใจในมุมมองการเล่าเรื่องเกี่ยวกับตุ๊กตาแบบใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุที่ถูกสิงสู่โดยวิญญาณ แต่ยังเป็นตัวแทนของบุคคล และสิ่งปลอบใจในความสูญเสีย ยิ่งเมื่อได้เข้าไปชมในโรงภาพยนตร์ (ที่กว่าจะได้ชมก็กินเวลาหลายวันหลังจากการเข้าฉายวันแรก เพราะมีผู้ชมให้ความสนใจเยอะเหลือเกิน ในขณะที่รอบฉายกลับมีรองรับแค่โรงสองโรงเท่านั้น) ก็ยิ่งทวีความน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของมิติตัวละครอย่างเกรต้า อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ การจะทำให้ดีและเจ๋งจริงๆ ก็ดูจะเป็นเรื่องยาก ส่งผลให้ผู้ชมอย่างผมคาดเดาความเป็นไปตอนจบได้ไม่ยากนัก กอปรกับปริศนาบางอย่างในเรื่องที่คลี่คลายอย่างไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจยังไปไม่สุดทางนัก

Screenplay

Spoiler Alert

ในส่วนของบทภาพยนตร์นั้น แน่นอนว่าภาพยนตร์ที่เล่นกับตุ๊กตานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่แทบทุกเรื่องจะเน้นขายความสยองขวัญที่เกี่ยวข้องกับภูตผีวิญญาณอย่างสุดโต่ง แต่สำหรับเรื่องนี้เน้นการเล่าเรื่องแบบลึกลับและคลุมเครือ จนคนดูเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าตุ๊กตา “บราห์มส” ในเรื่องนี้มันเป็นอะไรกันแน่ แต่แม้จะคลุมเครือแค่ไหน เราก็สามารถคาดเดาตอนจบกันได้ไม่ยากนักจริงไหมครับ อย่าผมเองก็เดาไว้สองทาง ทางแรกคือจบแบบภูติผีวิญญาณไปเลย ว่าตุ๊กตาบราห์มสเป็นตุ๊กตาที่ถูกวิญญาณสิงสู่จริงๆ และอาจมีหักมุมว่าวิญญาณนี้อาจไม่ใช่บราห์มสที่เป็นลูกชายของบ้านฮีลไชร์ ผมยังคาดหวังที่จะได้เห็นตุ๊กตามันลุกขึ้นมาเดินเองได้ด้วยซ้ำ หากหนังเลือกที่จะจบในทางนี้ ส่วนอีกทางหนึ่งที่คาดเดาไว้ คือบราห์มสยังไม่ตาย และตุ๊กตานี้ก็เป็นเพียงหุ่นเชิด เป็นตัวแทนของบราห์มสที่หลบซ่อนอยู่เท่านั้น และหนึ่งในสองทางที่ว่า ก็เป็นช่วงจบของภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ

ถึงแม้ว่าจะคาดเดาตอนจบได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่บราห์มสที่เดินออกมาจากผนังแล้วยังใส่หน้ากากกระเบื้องเหมือนตุ๊กตาที่เพิ่งโดนฟาดแตกไปนี้ แม่เจ้า โคตรหลอนเลยอันนี้ ยิ่งบราห์มสที่ตัวโคตรใหญ่ทำเสียงเป็นเด็กด้วยแล้ว อุทานในใจได้อย่างเดียวเลยว่า “ไอ้โรคจิต” นอกจากส่วนของบราห์มส เรื่องราวของเกรต้าก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ถือว่าเป็นการปูเรื่องราวของตัวละครได้คลิกกับเนื้อเรื่องมากๆ ทั้งยังดูสมเหตุสมผลอีกด้วย ไม่ได้เป็นแค่คนที่หลงมาประสบเคราะห์กรรม แต่สามารถตอบคำถามในมิติตัวละครได้ว่าทำไมต้องคนนี้ สุดท้าย มีอย่างนึงที่ยังคาใจผมและเพื่อนอยู่ ที่บทนั้นตอบคำถามได้ไม่เคลียร์นัก คือการฆ่าตัวตายของคุณและคุณนายฮีลไชร์ ทำไมล่ะ ทำไมต้องเดี๋ยวนี้ ทำไมต้องตอนนี้ ถึงแม้ว่าบทหนังจะตอบคำถามเอาไว้ในไดอะล็อกของมัลคอล์มบ้างแล้ว แต่เพียงพอแน่หรือ เรายังไม่เคยเห็นความเจ็บปวดของทั้งสองคนที่มากจนนำไปสู่การตัดสินใจจบชีวิตได้เลยนะ

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอชื่นชมบทภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่บ้าง เพราะสร้างจังหวะการเล่าเรื่องได้ลึกลับ คลุมเครือ และน่าติดตามจริงๆ แม้ว่าจังหวะของบทจะไม่ได้บีบคั้นสั่นประสาทเหมือนกับภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่องอื่นๆ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ผวาได้ เพียงแค่เห็นตุ๊กตาที่เปลี่ยนอริยาบทไปในช่วงที่ไม่มีคนเห็น หรือจะเป็นเงาวูบไหวที่ประตู เสียงของบราห์มสที่ดังผ่านผนัง หรือการพยายามพูดคุยกับเกรต้าผ่านโทรศัพท์ สยองขวัญอย่างมีเสน่ห์มากๆ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ก็ใช่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่มีฉากกระชากใจคนดูนะครับ ฉากที่ว่าก็คือเวลาเกรต้าฝัน แต่ละครั้งนี้หัวใจจะวาย แม้จะมีแค่ 2 ซีน แต่ก็ต้องขอยกนิ้วให้เลยว่าซีนเหล่านี้ทำได้ดีจริงๆ

Spoiler Alert

Production

Casting/Acting

แม้นักแสดงเรื่องนี้จะมีไม่กี่คน แต่ถือว่าทางทีมงานได้คัดเลือกมาดีมาก และนักแสดงแต่ละคนก็แสดงได้เข้าถึงบทอย่างไม่น่ากังขาเลย โดยเฉพาะ Lauren Cohan ในบทเกรต้า ที่แม้ในตอนต้นเรื่อง เธอจะแสดงบุคลิกออกมาได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะตัวละครมีความคลุมเครือ และแสดงออกหลากอารมณ์ตลอดเรื่อง แต่พอดำเนินมาถึงช่วงกลางเรื่อง เธอก็สามารถทำให้เราเชื่อได้จริงๆ ว่าเธอเคยเป็นผู้สูญเสีย และยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับโอกาสนั้นอีกครั้ง แม้ว่าโอกาสครั้งใหม่จะเป็นเพียงตุ๊กตาที่เธอเชื่ออย่างสนิทใจว่ามีวิญญาณของบราห์มสอยู่ภายในก็ตาม ไหนจะอารมณ์หวาดกลัวคนรักเก่าอย่าง “โคล” ที่ตามราวีเธอไม่เลิก เธอก็สามารถแสดงอารมณ์อันแสนบีบคั้นออกมาได้ดีจนเราแอบเกร็งตามไปด้วย หวาดหวั่นแทนว่าเมื่อไหร่ตาโคลจะโผล่มา ไหนจะความชุ่มชื่นหัวใจกับรักครั้งใหม่กับ “มัลคอล์ม” ที่เดินหน้าจีบตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาเจอกัน ก็แสดงให้เห็นถึงการก่อตัวด้านความสัมพันธ์ได้อย่างไม่เก้อเขิน ไม่ดูกระโตกกระตากจนกลายเป็นรักไร้เหตุผล

ในด้านของคุณและคุณนายฮีลไชร์ ที่รับบทโดยจิมและไดอาน่า ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางความลึกลับในช่วงต้นของเรื่อง ทั้งในแง่บุคลิกและการกระทำ ซึ่งทั้งสองคนก็ดึงดูดพวกเราให้ฉงนสงสัยเป็นอย่างมาก จนถึงซีนที่ทั้งคู่เดินลงน้ำไปด้วยกัน เราก็ยังคงรู้สึกคลุมเครือกับทั้งคู่ไปจนจบซีน เพราะทั้งคู่รักษาคาแรคเตอร์ที่นิ่ง เย็นชา และลึกลับ เอาไว้ได้จนสุด จนยากที่เดาออกว่าตัวละคนในเรื่องกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ อีกคนที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ Rupert Evans ในบทมัลคอล์ม ผมว่าทุกอย่างดีหมดนะ บุคลิกลักษณะ การพูดการจา การถ่ายทอดไดอะล็อก เสียอยู่อย่างเดียว หน้านิ่งไปหน่อยในช่วงที่ควรต้องฉงนสงสัยกับความลึกลับตรงหน้า มันน่าจะแสดงออกมาได้สุดทางกว่านั้น

Cinematography

มาว่ากันด้วยงานภาพกันบ้าง อย่างแรกเลย สถานที่ถ่ายทำเจ๋งมาก ดูหรูหราแต่ลึกลับ ภายในบ้านดูเก่าแต่ไม่ถึงกับน่ากลัว รอบบ้านร่มรื่นแต่ถูกโอบล้อมด้วยป่า เป็นการผสมผสานกลมกลืนที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าบ้านจะใหญ่จนแอบสับสนที่ทางอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าทำให้เสียอรรถรสแต่อย่างใด มุมภาพที่ใช้ในเรื่องนี้สวยดี และบางมุมก็ช่วยบีบคั้นหัวใจคนดูได้มากโขอยู่ หลักๆ ก็เป็นพวกช็อตที่ถ่ายตุ๊กตาบราห์มสนั่นเอง ที่เราก็ไม่อยากให้ถ่ายใกล้มากนัก กลัวฉากตุ้งแช่ แต่ก็ขยันโคลสอัพเหลือเกิน ที่ควรปรับปรุงก็คงเป็นงานกล้องช่วงวิ่งหนีในช่องทางเดินลับท้ายเรื่อง ที่น่าจะใช้การแทร็กกล้องเข้ามาช่วยด้วย น่าจะทำให้คนดูตื่นเต้นตามมากกว่าการตัดไปมา

Post-Production

Video Editing

การลำดับภาพโดยภาพรวมถือว่าทำได้ดีพอสมควร ไม่หวือหวา ไม่รวดเร็วจนเกินไป เหมาะสมกับประเภทของหนัง แต่จังหวะบางช่วงของหนังก็แอบช้าอยู่บ้าง คือก็เข้าใจว่าพยายามจะสร้างระดับอารมณ์ของคนดู แต่บางทีมันก็ช้าไปจนน่ารำคาญ ยกเว้นบางซีนที่ช้าแต่สวย เช่นซีนที่คุณและคุณนายฮีลไชร์เดินจูงมือกันลงน้ำ หรือซีนที่โคลฟาดตุ๊กตาบราห์มสแตก ซีนพวกนี้ภาพช้าแต่สวย และช่วยให้เราลุ้นตามถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ในขณะที่บางช็อตมาไวไปไวจนดูแทบไม่ทัน อย่างตอนที่เกรต้าหันไปเห็นเสื้อที่ถูกแขวนไว้ในห้องใต้หลังคาแล้วตกใจล้มหัวกระแทก ตรงนั้นดูไม่ทันจริงๆ อย่าว่าแต่เสื้อเลย แค่เห็นเป็นเงาเหมือนคนก็ดูไม่ทัน

ในส่วนของการเกรดสี ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้โทนภาพที่คอนทราสต์ไม่สูง ทำให้ได้ภาพที่ไม่ชัดเจนจนเกินไป สีที่ใช้ก็เป็นโทนเข้มเป็นหลัก (ในบ้าน) ช่วยส่งเสริมความลึกลับของหนังให้มากขึ้นไปอีก ส่วนนอกบ้านจะใช้สีอ่อนแต่มีความสว่างกว่ามาก ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เกิดความต่างจากในบ้านมากจนเกินไปนัก เพราะใช้ระดับแสงอ่อนแบบวันที่มีเมฆมาก

Original Score

เพลงบรรเลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้เปียโนกับเครื่องสายเสียงสูงเป็นหลัก โดยภาพรวมถือว่าช่วยส่งเสริมอารมณ์ในแต่ละช่วงของหนังได้เป็นอย่างดี แต่ที่เห็นจะโดดเด่นมากๆ ก็คงเป็นเพลงประกอบซีนที่เกรต้าเริ่มเปิดใจให้ตุ๊กตาบราห์มส และเริ่มเอ็นดูตุ๊กตาเหมือนเด็กคนหนึ่งที่มีชีวิตจริงๆ เดิมการแสดงของลอว์เรน ก็ทำให้เราเชื่อตามที่เธอแสดงได้อยู่แล้ว แต่ดนตรีเป็นองค์ประกอบที่ช่วยส่งเสริมได้ดีมากๆ ในซีนนั้น ส่วนซีนอื่นๆ แม้จะทำได้ดีในแง่อารมณ์ ผมกลับรู้สึกเฉยๆ โดยส่วนตัวคิดว่า หากใช้เปียโนกับเครื่องสายเสียงต่ำพวกเชลโล่ หรือดับเบิ้ลเบสเป็นหลัก น่าจะทำให้หนังดูดาร์กได้มากกว่านี้ อีกอย่างหนึ่งที่ผมเน้นมากๆ คือธีมดนตรีของเรื่อง (เมโลดี้) ที่เข้าใจว่าไม่ได้มีเมโลดี้หลักของเรื่อง ทำให้ทางดนตรีออกจะดูสะเปะสะปะไปสักหน่อย

Conclusion

โดยภาพรวมถือว่าทำออกมาได้ดี สำหรับภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างไม่มากนัก (10 ล้านเหรียญเองตัวเธอว์) แม้ว่าจะไม่ถึงกับตราตรึงใจจนกลายเป็นงานขึ้นหิ้งได้ แต่หลายๆ ซีนก็ประทับใจมาก ประกอบกับวิธีการเล่าเรื่องและเล่นกับตุ๊กตาที่ดูลึกลับคลุมเครือ แตกต่างจากหนังตุ๊กตาเรื่องอื่นๆ ที่ชอบเน้นเรื่องภูติผีและวิญญาณเป็นหลัก ก็ไม่น่าแปลกใจที่จะมีผู้ชมสนใจภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่มาก แม้ในด้านการผลิตจะมีรายละเอียดที่เราจะต้องวิจารณ์กันไป แต่ในแง่รายได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแหละครับ ส่วนในไทยเอง ไม่รู้ว่าด้วยกระแสตุ๊กตาลูกเทพก่อนหน้านี้ด้วยหรือเปล่า ถึงทำให้การเข้าฉายวันแรกๆ ของตุ๊กตาซ่อนผี คนเต็มโรงจนแน่นเลย คุณล่ะคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างไร ร่วมให้คะแนนได้ที่หมวด Rating หรือร่วมแสดงความคิดเห็นที่หมวด Comments ด้านล่างได้เลยครับ

The Boy - Movie Title


References

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
0%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
Pichaet Tang-on
Pichaet Tang-on
นักนิเทศศาสตร์ วิทยากร นักเขียนมือใหม่ ทาสแมว และบล็อกเกอร์ เชี่ยวชาญในสาขาวาทนิเทศ (การสื่อสารมนุษย์) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและการฝึกอบรม เจ้าระเบียบ กรอบจัด ไม่ถนัดอินดี้ ชอบเสพสื่อแมสและสื่อดิจิทัล รักการดูหนังบล็อกบัสเตอร์ ปลื้มเพลงโซลและอาร์แอนด์บี เป็นสาวกไมโครซอฟท์

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.