Writings
Now Reading
บัลลังก์สิ้นแสง: ยุทธ์
0

บัลลังก์สิ้นแสง: ยุทธ์

by P.ParitApril 21, 2014

การประลองฝีมือ หาได้แตกต่างกับการทดสอบผลการฝึกฝนอันยาวนาน ของเหล่าเด็กหนุ่มสาวในค่ายแห่งนี้ ทั้งเก้าคนจะถูกแบ่งออกเป็นสี่คู่ กับอีกหนึ่งที่จะโชคดีได้รับสิทธิ์ในการมีอาจารย์ของตนเองเป็นคู่ประลอง ที่คนภายนอกอาจจะมองว่าเป็นงานที่สุดหินสำหรับผู้โชคดีคนนั้น แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในการทดสอบของพวกเขา

สี่ปีหลังมานี้ ตั้งแต่บรรดาลูกศิษย์โตพอ จากแปดในเก้าคน ล้วนแล้วแต่เคยถูกหมุนเวียนให้ประฝีมือกับอาจารย์ของตนเองมาแล้วทั้งนั้น เหลือเพียง ‘เซมัส วิลมอส’ ผู้เป็นศิษย์แห่งพ่อมดขาวนาม ‘คอสม่า’ นี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ทดสอบฝีมืออย่างจริงจัง หลังจากที่ผู้เป็นอาจารย์อบรมเลี้ยงดูและฟูมฟักเพื่อที่จะให้เขาได้เป็นองครักษ์และจอมเวท ตามหมายทำนายประจำตัวที่เขาได้รับตั้งแต่อายุเพียงสี่ขวบ และเป็นที่รู้กันว่าท่านผู้เฒ่านั้น เอาจริง และเจ็บจริงเสมอ ไม่มีการออมมือให้ใครหน้าไหน

ทั้งศิษย์และอาจารย์ได้ลงสู่สนามประลองแล้ว เป็นการประลองที่ยากจะคาดเดาผลแพ้ชนะ เพราะฝ่ายหนึ่งคือพ่อมดขาวที่ไม่เคยมีผู้ใดสยบฤทธานุภาพของเขาได้ ส่วนศิษย์ของพ่อมดเฒ่า ก็มีฝีมือเก่งฉกาจที่สุดในบรรดาองครักษ์ฝึกหัดด้วยกัน ไม่เคยพ่ายแพ้หรือแพ้ทาง ต่อทั้งคนหรืออาวุธใดๆ

แม้จะถูกสั่งสอนโดยพ่อมดขาว แต่เซมัส หนุ่มน้อยปากกล้าวัยสิบเจ็ด พร้อมรูปร่างสูงเพรียวคนนี้ กลับไม่มีความคุ้นชินกับอาวุธจำพวกไม้เท้า คฑา หรือไม้กายสิทธิ์ อย่างที่พวกพ่อมดทั่วไปใช้กัน เพราะการที่ต้องเติบโตขึ้นมาโดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นองครักษ์ อาวุธพวกนั้นจึงจะถูกใช้เมื่อจำเป็น ดาบสองคมและมีดสั้นต่างหาก ที่เซมัสมีความเจนจัดในวิชายุทธ์ และขึ้นชื่อว่ามีพ่อมดเป็นอาจารย์แล้ว นี่จึงไม่ใช่การใช้ดาบเพื่อต่อสู้แบบธรรมดาสามัญอย่างนักรบผู้ไร้เวทมนตร์เป็นแน่

การประลองเริ่มขึ้น หนุ่มเลือดร้อนอย่างเซมัสก็ไม่ได้รีรอรั้งเวลาเพื่อหยั่งเชิงแต่อย่างใด เขาพุ่งตัวฟาดดาบในมือโจมตีอย่างหนักหน่วง แต่คอสม่ากลับใช้ไม้เท้ารับการโจมตีทุกครั้งได้อย่างเบาแรง เป็นการใช้อาวุธรับการฟาดฟันของดาบอย่างธรรมดาๆ ไม่ได้ใช้เวทมนตร์ช่วยแต่อย่างใด แต่ในชั่วจังหวะหนึ่งนั้นเอง ในขณะที่ชายชราใช้ไม้เท้ารับเอาดาบที่ฟาดลงมาด้านบน เซมัสก็ใช้มืออีกข้างชักเอามีดสั้นที่เข็มขัดออกจากฟัก และวาดฟันไปทางอาจารย์ของตนอย่างรวดเร็ว

พลาดเป้า… พ่อมดเฒ่าหายลับไปในพริบตา พร้อมกับไม้เท้าที่ฟาดลงบนศีรษะของเซมัสอย่างแรงจากด้านหลัง

“ใครอนุญาตให้เจ้าใช้อาวุธสองชนิดในการประลองกัน เจ้าเด็กดื้อด้าน” ชายชราปราม

“จะโทษข้าไม่ได้หรอกนะท่านอาจารย์ ก็การประลองวันนี้ อาจารย์ผู้คุมกฎติดภารกิจ ในเมื่อไม่มีใครขานกฎประลอง ข้าจะใช้อาวุธกี่ชนิด มันก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือ” จอมกวนประจำค่ายค้านกลับ

“ดีมาก ศิษย์ข้า ผยองตนไปเถิด ข้านี่แหละจะทำให้เจ้ากลืนน้ำลายตัวเอง”

พ่อมดเฒ่าชักเอาดาบสองคมของตนขึ้นมาบ้าง ดาบเงินที่ถูกตีมาอย่างประณีต สะท้อนแดดเปล่งประกายอย่างสง่างาม “คราวนี้เราก็ใช้อาวุธอย่างเท่าเทียมกันแล้ว ครู่นี้เจ้าว่าอะไรนะ วันนี้เราไม่ต้องเคารพกฎกันใช่หรือไม่” สิ้นเสียงพ่อมดเฒ่า คมดาบเงินในมือของเขาก็ค่อยๆ แดงฉานขึ้น จนในที่สุดเปลวไฟก็ลุกท่วมคมดาบ เป็นสัญญาณของการเจ็บจริง

“อย่างกับท่านทำเป็นคนเดียวอย่างนั้นแหละอาจารย์” เซมัสยังคงยียวนพร้อมยกดาบของเขาขึ้นกลางอากาศ พลันสายฟ้าก็ฟาดผ่านลงมาอย่างรุนแรง ดาบในมือเล่มนั้นก็รับเอาพลังอันโชติช่วงจากฟากฟ้าเข้าไปจนคมดาบเปล่งประกายเป็นสายสีขาวเจิดจ้า

การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ดาบเงินในเปลวไฟ ฟาดฟันกับดาบสองคมในแสงจรัส พ่อมดขาวหาได้แสดงความอ่อนแอเยี่ยงผู้เฒ่าสูงอายุออกมาเลย กลับต่อสู้กับศิษย์ของตนอย่างคนที่ยังหนุ่มแน่น

“เจ้าคิดจะเป็นนักรบหรือจอมเวทกันแน่” ชายชราปรามศิษย์ตนที่ฟาดดาบอาบเปลวสายฟ้ากับมีดสั้นในอีกมือหนึ่งมาอย่างไม่ลดละ ผิดวิสัยของจอมเวท เขาเหวี่ยงเอาไม้เท้าฟาดลงไปที่ศิษย์ของตน พร้อมกับไฟแดงฉานที่ระเบิดขึ้น

เซมัส ถูกไฟที่ระเบิดขึ้นผลักถอยไปหลายช่วงตัว จนเขาต้องตั้งหลักพยุงตัวเอาไว้ไม่ให้ล้ม “โกงกันนี่อาจารย์”

“ใครโกงเจ้า วันนี้ไม่มีการประกาศกฎสักหน่อย” ชายชราย้อน “อีกอย่าง เจ้าเป็นจอมเวทภาษาอะไร ใช้แต่ดาบฟาดเอาๆ เวทมนตร์มีไม่รู้จักใช้ อย่าให้ข้าต้องรู้สึกว่าสิ่งที่สั่งสอนเจ้ามาต้องสูญเปล่าสิ”

แต่ชายหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง กลับพุ่งเข้าใส่ผู้เป็นอาจารย์อีกครั้ง แต่ทว่าความเลือดร้อนของเซมัส กลับทำให้เขาสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งช้าเกินไป เปลวไฟบนดาบเงินของชายชราที่กำลังร้อนเร่าได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม และดาบที่อาบเปลวไฟสีน้ำเงินเล่มนั้น ก็ฟาดกลับมาในจังหวะที่เขาเข้าจู่โจม

เกิดแสงเจิดจ้าขึ้นในจังหวะที่ดาบประทะกัน สายฟ้ากระจายตัวออกไปทั่วบริเวณ เซมัสถูกพลังที่กระจายออกผลักประเด็นไปไกล ดาบสองคมในมือของเขาเหลือเพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งก็กระเด็นไปอีกทางหนึ่ง

“เปลวไฟสีน้ำเงิน ร้อนเร่ายิ่งกว่าไฟบรรลัยกัลป์ อาวุธของเจ้าถูกความร้อนนี้หลอมจนหัก แม้เวทมนตร์ที่อาบไว้ก็ถูกทำลายสิ้น” ชายชรากล่าว “คราวนี้ จงสู้แบบจอมเวทเสียที ด้วยมีดสั้นของเจ้า” ชายชราเก็บดาบเงินลงฝัก ดาบเงินที่ตอนนี้เปลวไฟที่เคยแสดงฤทธานุภาพเมื่อครู่ได้หายไปแล้ว ในขณะที่เซมัสค่อยๆ ลุกขึ้นอีกครั้ง เขาเหวี่ยงดาบสองคมที่หักครึ่งเล่มนั้นทิ้งไว้ข้างลานที่ใช้ประลอง กำมีดสั้นในมือเอาไว้แน่น และพร้อมจะจู่โจม ทว่าเขาจะใช้วิธีเดิมไม่ได้ มีดสั้นเล่มนี้ เซมัสได้รับมาจากผู้เป็นลุง มันไม่เคยชำรุดหมดคม ไม่เคยบิ่นหรือแตกหักเสียหาย แต่มันก็มีพลังที่ต่อต้านเวทมนตร์อยู่ เขาจะเสกเวทมนตร์ลงบนคมมีดแบบที่ทำกับดาบที่หักไปไม่ได้อีกแล้ว

ชายหนุ่มเริ่มวิ่ง พุ่งตัวหลบห่าเวทมนตร์ที่ถูกเสกโจมตีเขาอย่างต่อเนื่อง แทบไม่มีโอกาสที่เขาจะเข้าใกล้ผู้เป็นอาจารย์ได้เลย ถ้าเขาไม่โจมตีกลับ และในสถานการณ์นี้ ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

จากการประลองธรรมดาๆ กลายเป็นสงครามเวทขนาดย่อม ต่างฝ่ายต่างร่ายเวทใส่กันเป็นพัลวัน ทุกครั้งที่เข้าถึงตัวอาจารย์ได้ เซมัสก็จะเปลี่ยนไปโจมตีด้วยมีดสั้น แต่การโจมตีทุกครั้ง ไม่เคยสำฤทธิ์ผล

ชายหนุ่มเริ่มหมดกำลัง เขาวิ่งหลบกระแสเวทของอาจารย์ตนไปเรื่อย ในขณะที่คอสม่าพ่อมดขาว กลับใช้การย้ายตัวเองไปมาในพริบตา ชายชราแทบไม่ได้ออกแรงก้าวเท้าไปไหนเลยสักนิด จนในที่สุดโอกาสของเซมัสก็มาถึง เขาเข้าถึงตัวของคอสม่าผู้เป็นอาจารย์ได้อีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขาใช้มีดสั้นในมือโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนชายชราต้องออกแรงหมุนควงไม้เท้าตั้งรับ

ท่ามกลางความชุลมุน ชายชราก็ต้องแพ้ทางให้กับกระบวนการใช้อาวุธของศิษย์ การตั้งรับมีช่องโหว่ และเซมัสก็คว้าโอกาสเอาไว้ มีดสั้นถูกเหวี่ยงไปที่คอของชายชราอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มกะจังหวะเพียงให้คมมีดเข้าจ่อที่คอเพื่อเป็นสัญญาณยุติการประลอง เป็นสัญญาณถึงชัยชนะ และในที่สุดสถานการณ์หยุดนิ่ง

ทว่า… เปลวมีดของชายหนุ่มกลับไปไม่ถึงตัวของอาจารย์อย่างที่เขาหวังไว้ วงเวทปรากฏขึ้นกลางอากาศ มีดสั้นของเขาฝังจมลงไปในวงเวท และเขารับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัส ว่าวงเวทอีกวงปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเขา และคมมีดที่ฝังจมลงไปในวงเวทวงแรกนั้นก็จ่ออยู่ที่ท้ายทอยของเขาเองในตอนนี้ มันคือหนึ่งในรูปแบบของ ‘กับดักวงเวท’ ทักษะขั้นสูงในการควบคุมสรรพสิ่งของ ‘เจ็ดเวทมนตร์แห่งเวนาส’ ทักษะที่เซมัสไม่รู้มาก่อนว่าชายชราคู่ประลองสามารถใช้เป็น

ชายชรากระแทกเวทมนตร์ใส่ศิษย์ของตนอีกครั้ง ผลักให้ชายหนุ่มกระเด็นไปนอนกองยอมรับความพ่ายแพ้อยู่ที่พื้น มีดสั้นหลุดจากมือ หมุนควงขึ้นกลางอากาศ และตกอยู่ในมือของชายชราผู้เป็นอาจารย์ “อาวุธถูกยึด เจ้าแพ้การประลองแล้วศิษย์ข้า” ชายชราประกาศ เขายังคงได้รับการกล่าวขวัญต่อไป ฤทธานุภาพของเขายังคงไม่เคยถูกสยบ

ถ้าจะว่ากันตามจริงแล้ว ในบรรดาองครักษ์ฝึกหัดอีกแปดคน ก็ยังไม่เคยมีใครเอาชนะอาจารย์ของตนเองได้เหมือนกัน แต่เซมัสกลับเจ็บในหัวใจอย่างมาก มีโอกาสแล้วแท้ๆ แต่เขาทำพลาด โอกาสที่จะเอาชนะคนที่พลิกชะตาของเขาได้หลุดลอยไปแล้ว คนที่พรากเขาจากครอบครัวและพี่น้อง โอกาสที่จะได้กลับบ้านหลุดมือไปแล้ว

ความเจ็บปวดในใจนั้น ทำให้เสียงของชายชราเริ่มดังก้องขึ้นมาในหัวของเขา ตอกย้ำความพ่ายแพ้ให้ชัดเจนขึ้นไปอีก คำพูดของชายชราที่เป็นดังคำสัญญาให้เขามุมานะ ที่จะเอาชนะผู้เป็นอาจารย์ให้จงได้

…ถ้าเจ้าเอาชนะข้าได้ในการประลองปลายเดือนนี้ เจ้าอยากได้อะไรเป็นรางวัลล่ะ เซมัส…

…ข้ารู้นะ ว่าหลายปีมานี้ ถึงเจ้าจะเคารพรักข้าอย่างไร อีกใจเจ้าก็แค้นใจข้ามาตลอด ที่พรากเจ้ามาจากครอบครัวและพี่น้อง เอาเป็นว่า ถ้าเจ้าเอาชนะข้าได้จริงๆ ข้าจะอนุญาตให้เจ้าเป็นฝ่ายกลับไปเยี่ยมครอบครัวด้วยตัวเอง ไม่ต้องสนกฎเหล็กของค่าย ไม่ต้องเอาแต่เฝ้ารอให้ทางบ้านเดินทางมาหาอีก และหลังจากนั้น จะกลับไปสักปีละครั้งสองครั้ง ข้าก็จะอนุญาต…

…แต่ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อนนะเซมัส ไม่เคยมีใครสยบข้าได้ จงอย่าได้ประมาท…

“หกปีเต็มแล้วที่ไม่มีใครมาหาข้าเลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ? ข้าอยากกลับไปมุนมัสคา ข้าคิดถึงบ้าน ข้าคิดถึงทุกคน พวกท่านล่ะ คิดถึงข้าบ้างหรือเปล่า? พ่อ… แม่… เซมุน…” เซมัสรำพันในลำคอ ก่อนที่กายอันบอบช้ำจะทำให้สติของเขาหมดไป

Ω

What's your reaction?
Love
0%
Bad
0%
Wow
0%
Meh
0%
Cool
0%
Hate
0%
Evil
0%
About The Author
P.Parit
P.Parit
หลงใหลความงามทางภาษา โปรดปรานนวนิยายแฟนตาซีเป็นชีวิตจิตใจ คลั่งไคล้เรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ชื่นชอบความยิ่งใหญ่แบบมหากาพย์ นิยมพล็อตที่มีด้านมืด คติความเชื่อ และความฮาไร้สติ เชี่ยวชาญการเล่าเรื่องปากเปล่า แต่อยากถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือให้คนอื่นอ่านดูบ้าง

Leave a Reply