วันนี้ สำนักข่าวในต่างประเทศหลายแห่ง ทั้งรายการข่าวทางโทรทัศน์ สำนักข่าวทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงสื่อยักษ์ใหญ่ด้านวีดีโอเกมหลายเจ้า รายงานข่าวตรงกันถึงความเป็นไปได้ที่การสร้างมหาวิหารนอเทรอดาม ซึ่งเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาขึ้นใหม่ ว่าอาจมีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในวีดีโอเกม Assassin’s Creed Unity ซึ่งเกมดังกล่าวมีแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ของมหาวิหารนอเทรอดามที่สมจริงมากบรรจุอยู่

อ้างอิง บทสัมภาษณ์ของ Caroline Miousse ใน The Verge เมื่อปี 2014 ซึ่งเป็นปีที่ที่ตัวเกมถูกวางจำหน่าย นักออกแบบฉากผู้นี้ใช้เวลากว่า 2 ปีในการจำลองมหาวิหารนอเทรอดามให้สมจริงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าอิฐทุกก้อนวางอยู่ถูกที่ และภาพวาดที่แขวนบนผนังจะใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในเกมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เล่นทดสอบได้ทดลองเล่นเกมและปีนป่ายไปบนหลังคาของมหาวิหาร พวกเขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป Caroline และทีมงานจึงตัดสินใจเพิ่มยอดแหลมอันเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิหารแห่งนี้เข้าไปด้วย แม้ว่าระหว่างเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส มหาวิหารยังไม่มียอดแหลมดังกล่าวบนหลังคาก็ตาม ซึ่งกลายเป็นข้อดีที่แบบจำลองของมหาวิหารในเกมจะมีความใกล้เคียงกับตัววิหารในปัจจุบันก่อนที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้มากขึ้นไปอีก และแน่นอนว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างขึ้นใหม่ของมหาวิหารแห่งนี้ หากมีการใช้ข้อมูลจากเกมดังกล่าวจริง

สำหรับเกม Assassin’s Creed เป็นแฟรนไชส์เกมที่ถูกสร้างสรรค์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ภาคแรกในปี 2007 ผลิตโดย Ubisoft บริษัทเกมชั้นนำที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานที่ร่วมกันผลิตเกมอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันแฟรนไชส์นี้มีภาคหลักทั้งหมด 11 ภาค โดยภาคล่าสุดเพิ่งถูกวางจำหน่ายไปเมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ยังไม่รวมสื่ออื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมภาคแยก/ภาคเสริม ภาพยนตร์ แอนิเมชัน ซีรีส์ทางโทรทัศน์ หนังสือประกอบเกม นวนิยาย หนังสือการ์ตูน หนังสือการ์ตูนรวมเล่ม นิตยสาร และเกมกระดาน โดยจุดเด่นของเกมในแฟรนไชส์นี้ คือการนำเอาประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงมาทำเป็นเกม แม้ว่าจะไม่สามารถนำเสนอข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ให้ถูกต้องทั้งหมดได้ เนื่องจากต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อบรรจุเนื้อเรื่องของเกมลงไป แต่ผู้ผลิตก็ได้ทุ่มเทให้กับความถูกต้องของฉาก สถานที่ และงานสถาปัตยกรรมต่างๆ ให้สมจริงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งทำให้ผู้เล่นเหมือนได้ท่องเที่ยวตามสถานที่ในเกมไปด้วยในตัว

ที่ผ่านมา เกมในแฟรนไชส์นี้ได้สร้างสรรค์แบบจำลองทางสถาปัตยกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจในหลายเมืองและหลายประเทศ ซึ่งปรากฏในเกมหลายต่อหลายภาค ไม่ว่าจะเป็นหลายเมืองใหญ่ในอิตาลี คอนสแตนติโนเปิลในตุรกี เมืองบอสตันและนิวยอร์กในอเมริกา เมืองชายฝั่งและเกาะของทะเลแคริบเบียนและแอตแลนติกเหนือ นครปารีสในประเทศฝรั่งเศส กรุงลอนดอนในประเทศอังกฤษ เมืองทั่วประเทศอียิปต์และประเทศกรีซ ซึ่งยิ่งเทคโนโลยีของระบบเกมถูกพัฒนาให้ก้าวหน้าไปมากเท่าไหร่ รายละเอียดต่างๆ ที่ปรากฏในเกมก็ยิ่งต้องถูกพัฒนาให้สมจริงมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว สมจริงถึงขนาดที่ว่าในเกม Assassin’s Creed Origin ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อปี 2017 ผู้ผลิตได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ ทำให้สร้างสรรค์ตัวเกมออกมาได้อย่างปราณีตและสมจริง จนสามารถเพิ่มโหมด Discovery Tour เพื่อเป็นการพาผู้เล่นไปทัศนศึกษา หาความรู้ตามสถานที่ต่างๆ ของประเทศอียิปต์ได้เลยทีเดียว

หากการสร้างมหาวิหารนอเทรอดามขึ้นใหม่ มีการใช้ข้อมูลจากเกม Assassin’s Creed Unity มาสนับสนุนจริง นี่อาจจะกลายเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญของวงการเกม ที่เกมจะถูกใช้ประโยชน์ในเชิงวิชาการอย่างจริงจัง (แต่เดิมก็มีการใช้ประโยชน์จากเกมในหลายๆ ด้านอยู่แล้ว แต่มันเป็นการยากที่จะหาเกมซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ในการใช้งานได้ การใช้ประโยชน์จากเกมจึงมีอยู่ในวงที่ค่อนข้างจำกัด) และอาจส่งผลให้หลังจากนี้ เราอาจจะมีโอกาสได้เห็นเกมซึ่งสร้างจากข้อมูลในหน้าประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่มีอยู่จริงอย่างพิถีพิถันเพิ่มมากขึ้น เหมือนอย่างแนวคิดหลักของแฟรนไชส์ Assassin’s Creed ที่ว่า “History is Our Playground”

References

Show CommentsClose Comments

Leave a Reply