เอ่อ… เกริ่นยังไงดีล่ะ… ตระกูลผมทางฝั่งคุณแม่ ตั้งแต่คุณตา คุณแม่ มาถึงผม เราเป็นสายตระกูลนักทำนายดวงชะตา หรือที่คุณอาจจะรู้จักในคำเรียกว่า “โหรา” หรือ “โหราจารย์” และ “หมอดู” ฟอร์เดอะอีซี่เวอร์ชั่น (ส่วนคุณชวดกับคุณทวดซึ่งเป็นคนจีนแท้ๆ แบบโล้สำเภามาสยามนั้น ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นโหรด้วยหรือเปล่า คุณตาท่านก็ไม่เคยท้าวความให้ฟัง) ผมเองเห็นคุณแม่ตรวจดวงชะตามาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระแต่อย่างใด ใฝ่ฝันอยากเป็นโหรแบบแม่บ้างเสียด้วยซ้ำ เพราะนอกจากจะสืบทอดกันมาในสายเลือดแล้ว ตอนนั้นยังรู้สึกว่าแม่ข้านี่โคตรเท่ เพราะท่านดูดวงได้หลายรูปแบบมาก ใครสะดวกใจก็วางผังดวงเต็มรูปแบบ ใครไม่สะดวกเปิดเผยวันเดือนปีเกิดก็ใช้ไพ่ ที่แน่ๆ คือรู้รอบตอบได้ดั่งตาเห็น ทักกันโช๊ะๆๆๆ ดวงคนธรรมดา ดารา นักร้อง เจ้าพ่อ มาเฟีย อาเสี่ย ไม่เว้นแม้แต่บรรดาราชสกุล ก็เคยผ่านมือแม่มาแล้วทั้งนั้น ผมเองมาเริ่มฝึกจริงจัง ก็ราวๆ ช่วงมัธยมปลาย โดยเริ่มจากใช้ไพ่ชื่อ “อี้จิง” ซึ่งผมฝึกฝนและใช้ทำนายจริงมาเป็น 10 ปี กว่าคุณแม่จะยอมสอนศาสตร์การตรวจดวงที่ใช้มาตั้งแต่รุ่นคุณตาให้

พูดถึงอี้จิง มันก็คือหลักโหราศาสตร์จีนที่เรียกว่า “ฮวงจุ้ย” นั่นแหละครับ หลักการคล้ายๆ กัน พิจารณาความโฟลว์ของพลังธาตุต่างๆ ในโลก ไพ่อี้จิงที่ว่านี้เป็นเหมือนเครื่องมือประยุกต์ ผมเลยไม่จำเป็นต้องกลับไปศึกษาหลักฮวงจุ้ยดั้งเดิมมากนัก ก็เหมือนคุณแม่แหละครับ ไพ่นี่มีไว้กันเหนียว เผื่อการลงดวงเต็มรูปแบบมันไม่เคลียร์ หรือไปเจอเอาคนที่ไม่ยอมบอกวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฝาก (แต่เสือกอยากมาดูดวง) ก็ต้องใช้ไพ่เป็นช่องทางสำรอง ไพ่อี้จิงนี้ ผมไม่ได้ไปหามาเองหรอกนะครับ คุณแม่ผมไปจัดหาสำรับพร้อมตำรามาตั้งแต่ผมยังตัวกะเปี๊ยก ยัดใส่ลิ้นชักเอาไว้ วันดีคืนดีผมก็ไปเปิดเจอเข้า ก็ลองเอามาอ่านแล้วก็เริ่มฝึกดู ตั้งแต่นั้นผมก็เข้าสู่เส้นทางโหรเลย ส่วนวิธีการตรวจดวงชะตาที่ใช้เป็นวิธีหลักนั้น ใช้การดูที่เรียกว่า “เลข 7 ตัว” ครับ คุณตาสอนคุณแม่ คุณแม่ก็สอนผมอีกที ศาสตร์ค่อนข้างโบราณ แต่เข้าไปดูชีวิตของแต่ละท่านได้ลึกมา มีความซับซ้อนมาก พูดตรงๆ เลยว่า จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เก่ง และชำนาญน้อยกว่าการดูด้วยไพ่ ต้องฝึกอีกมาก

ช่วงที่ฝึกดูดวงให้คนโน้นคนนี้ด้วยไพ่เนี่ย ก็ดูจะมีความสุขดีนะครับ แต่มันก็จะมีบางกรณีที่พอเห็นผลแล้วไม่อยากพูด เช่น เขาดูเรื่องความรัก แล้วดันจะพูดใส่หน้าเขาว่าคุณมีเกณฑ์ความสัมพันธ์จะขาดสะบั้นในเร็วๆ นี้ มันก็ไม่ใช่ที่จริงไหมครับ เวลาต้องพูดผลทำนายอะไรทำนองนี้ เลยต้องพูดแบบกระมิดกระเมี้ยน บางครั้งผู้หญิงมาดูแล้วก็ไปเล่าให้ผู้ชายฟัง แน่นอนว่าผมก็จะต้องโดนไอ้ผู้ชายมันสบประมาทมา ไอ้คำชินหูก็อย่าง “หมอดูคู่หมอเดา” นี่แหละ ได้ยินบ่อยมาก เราก็ได้แต่รำพันในใจว่า “เลือดตระกูลข้าแรงนะโว้ย” ซึ่งเขาก็เลิกกันในอีก 2-3 สัปดาห์ต่อมา พอออกมาเป็นอย่างนี้ คนที่มาดูกับเราก็มาชมว่าเราแม่นอย่างโน้นอย่างนี้ บอกตรงๆ นะครับ เรื่องแบบนี้เนี่ย ผมอยากให้ผลออกมาไม่แม่น ไม่ได้อยากให้ใครมีปัญหา มีชีวิตตกต่ำ ไม่ได้อยากให้คนรักเลิกกัน ผมจึงต้องบอกตลอดว่า ไม่จำเป็นต้องเชื่อมั่นในตัวผม ดูดวงก็เหมือนรู้แนวทางชีวิต รู้ไว้ให้มีสติ ให้ได้เตรียมตัว เตรียมใจ ถ้าผลทำนายไม่ดี มันไม่เกิดตามที่ทำนายก็ดีไป ถ้าเกิดตามที่ทายไว้ก็จะได้ไม่เจ็บมาก คุณว่าจริงไหม?

Show CommentsClose Comments

Leave a Reply