Full Article

เรื่องราวของเรือโนอาห์ เป็นอีกเรื่องราวทางศาสนาเรื่องหนึ่ง ที่ถูกหยิบขึ้นมาสร้างอยู่บ่อยครั้ง ทั้งภาพยนตร์ สารคดี แอนิเมชัน ฯลฯ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการล้างโลกด้วยการทำลายสรรพชีวิตโดยพระผู้สร้างหรือพระเจ้า (เน้นเล่นงานมนุษย์เป็นหลัก) เรื่องราวของเรือโนอาห์นี้ ปรากฏอยู่ในหนังสือปฐมกาล หรือ Book of Genesis ซึ่งเป็นส่วนแรกของคัมภีร์ไบเบิ้ลดั้งเดิมของชาวฮีบรู เล่าถึง “โนอาห์” ทายาทสายตรงของเซธบุตรแห่งอดัม ที่นิมิตเห็นความตายของมวลมนุษย์ที่กำลังคืบคลานเข้ามา “ความตายจากน้ำ” หลังจากนั้น เขาพร้อมครอบครัวก็ได้รับภารกิจสำคัญในการช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ (ในที่นี้หมายถึงสรรพสัตว์ ทั้งสัตว์บก สัตว์เลี้ยงคลาน และสัตว์ปีก) โดยการสร้างนาวา (เรือ) เพื่อให้อยู่รอดระหว่างน้ำท่วมใหญ่ที่จะกวาดล้างมนุษย์ผู้ใช้ชีวิตอย่างชั่วร้ายไปให้หมดสิ้น

Screenplay

การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานศิลป์เหล่านี้แต่ละครั้ง ผู้สร้างก็มีแนวคิด วิธีการ และหลักปรัชญาในการสร้างสรรค์แตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะทำตามเนื้อหาในหนังสือทุกกระเบียด (ซึ่งก็ต้องแต่งบทเพิ่มบ้างอยู่ดี เพราะเนื้อหาที่ปรากฏในหนังสือนั้นสั้นเหลือเกิน) แต่ในครั้งล่าสุด ภาพยนตร์เรื่อง “Noah” หรือ “โนอาห์ มหาวิบัติวันล้างโลก” ซึ่งออกฉายในบ้านเราไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2557 ที่ผ่านมานี้ กลับมีมุมมองในการถ่ายทอด ที่สำหรับผมเองแล้ว มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีการดัดแปลงเนื้อหาบางส่วน เอาเรื่องอื่นๆ ในหนังสือปฐมกาลมายำเพิ่ม เพิ่มมุมมองและมิติของตัวละครที่ลึกและมืดมนกว่าที่เคยเห็นมา ทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่อง ก็ดูมีตรรกะและเป็นเหตุเป็นผล ไม่ได้เล่าเรื่องห้วนๆ แค่ความเป็นมาและความเป็นไป แม้จะทำทั้งหมดนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสในโครงเรื่องเดิมเลย ทั้งยังกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผู้ชมได้คิดทบทวน ถึงความควรค่าในการมีอยู่ของมนุษย์อีกเสียด้วยซ้ำ

“I look at you and I see a glimmer of Adam again.”

— Og (the watcher) to Noah

โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบเรื่องราวของ Watcher เป็นพิเศษ (จำไม่ได้แล้วว่าในซับไทยแปลไว้ว่าอย่างไร) Watcher เป็นกลุ่มเทวดาตกสวรรค์ จากการให้ความช่วยเหลือมนุษย์เดินดิน ด้วยการมอบความรู้ในเรื่องต่างๆ ให้ โดยเฉพาะเหล่าลูกหลานทายาทของคาอินบุตรแห่งอดัม (เข้าใจว่าเขียนตามคัมภีร์ฉบับแปล แต่เอาจริงๆ มันอ่านว่า “เคน” นะครับ) เดิมตัวของ Watcher ทำจากแสง แต่พอพุ่งหลาวลงมาที่โลกแล้ว พระเจ้าก็จับขังไว้ในหินและโคลน กลายเป็นยักษ์ที่มีร่างเป็นหิน เรื่องของเทวดาตกสวรรค์กลุ่มนี้เป็นการดัดแปลงเนื้อหานะครับ เรื่องเดิมในคัมภีร์ดาร์กกว่านี้มาก ยักษ์หินเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อเนื้อเรื่องของภาพยนตร์มาก เพราะเป็นผู้ที่ช่วยโนอาห์สร้างนาวาไซส์มหึมาอลังการ (แน่นอนว่าคุณไม่เห็นตอนที่ว่านี้ในตัวอย่างภาพยนตร์หรอก) และนอกจากสร้างแล้ว ยังคอยปกป้องนาวานี้ไว้จนวาระสุดท้ายก่อนน้ำจะโถมท่วม เข้าใจว่าเป็นการพยายามไถ่บาปที่ได้ทรยศพระเจ้าเอาไว้ในอดีต

Noah - 05

อีกมุมหนึ่งที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงว่าจะมีในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือปัญหาภายในครอบครัวของโนอาห์เอง เหตุเกิดมาจากลูกชายคนกลาง หรือ “ฮาม” ซึ่งเป็นลูกชายที่โดนโนอาห์แช่งชักในเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับเหล้าองุ่นในภายหลัง (ตามเนื้อหาเดิม) เรื่องนี้ถูกดัดแปลงให้มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่านั้น จากปัญหาเล็กๆ กลายเป็นจุดแตกหักของพ่อลูกในท้ายที่สุด ผมชอบการดัดแปลงเนื้อหาในส่วนนี้มาก เพราะเหตุการณ์ดั้งเดิมที่โนอาห์แช่งลูกชายตัวเองด้วยอารมณ์แบบนั้น เป็นเรื่องงี่เง่าและไม่สมเหตุสมผล นอกจากเรื่องของฮามแล้ว โนอาห์เองก็เป็นอีกคนที่ต้องต่อสู้กับจิตใจตนเอง หลังจากที่เขาได้เห็นความชั่วร้ายของมนุษย์อย่างเต็มตา จนเชื่อและตัดสินใจว่า สายชีวิตของมนุษย์ทั้งหมดต้องสิ้นสุดลง จะไม่มีการเริ่มใหม่หลังจากน้ำท่วมเหมือนกับสรรพสัตว์อื่นๆ ส่วนนี้บีบคั้นคนดูสุดๆ เพราะโนอาห์ดาร์กมาก

Production

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงคุณภาพตบเท้าเข้าร่วมแสดงมากมาย แต่ละคนก็สามารถดึงบทบาทออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ Russell Crowe ที่ถ่ายทอดความดาร์กของโนอาห์ออกมาได้น่ากลัวจริง (โนอาห์ไม่ได้ดาร์กทั้งเรื่องนะครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด) อีกคนหนึ่งคือ Anthony Hopkins ซึ่งรับบทเมห์ธูเสลาห์ คุณปู่ผู้อายุยืนของโนอาห์ (ในหนังสือก็บอกว่าเป็นมนุษย์ที่อายุยืนที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว) แม้จะออกอยู่ไม่กี่ฉาก แต่เห็นเลยว่าเป็นมนุษย์ผู้ทรงภูมิ และมีพลังอำนาจอยู่กับตัวไม่ใช่น้อย (พลังเยอะพอที่ตอนหนุ่มจะช่วยเหลือเหล่า Watcher เอาไว้ ด้วยการปักดาบไฟลงพื้นเผาคนทั้งกองทัพ!) ส่วนบรรดานักแสดงวัยรุ่นอย่าง Emma Watson ในบทของ “อิลา” และ Logan Lerman ในบทของ “ฮาม” ก็สวมบทบาทได้ดีไม่แพ้กัน ยกเว้นในบางฉากที่รู้สึกว่าขัดอกขดใจจังเลย อย่างฉากเศร้าๆ ของอิลา และฉากมืดหม่นของฮาม (Logan ดูจะเหมาะกับบทวัยรุ่นแอคทีฟมากกว่านะผมว่า)

Noah - 18

ในด้านของการลำดับภาพและเทคนิคพิเศษ โดยภาพรวมทำได้อย่างยอดเยี่ยมเลยนะครับ ด้านเทคนิคพิเศษนี่ติดอยู่นิดเดียวคือฉากที่มีสัตว์ต่างๆ ทั้งฉากขึ้นเรือ ฉากนกบินมาที่เรือ และฉากเล่าเรื่องกำเนิดโลก ที่ยังดูเป็น CG อยู่นิดหน่อย (อันนี้ไม่แน่ใจว่าเพราะดูในระบบ D3D ด้วยหรือเปล่า) ในส่วนของการลำดับภาพก็แทบไม่มีอะไรต้องตินะครับ แต่จะมีบางฉากที่เป็นลักษณะของการนำภาพนิ่งมาเรียงต่อกัน อย่างฉากเล่าเรื่องกำเนิดโลก ที่จะเห็นภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งดูสร้างสรรค์ดีนะครับ แต่ต้องแลกมากับอาการปวดตาเล็กน้อย ดีว่านานๆ มาทีและมีไม่กี่ฉาก อีกเรื่องหนึ่งที่รู้สึกไม่สุดอย่างแรง คือดนตรีประกอบภาพยนตร์ครับ ดนตรีประกอบเรื่องนี้ดูไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่นัก แทบจะจับธีมใดๆ ไม่ได้ ทั้งยังไม่ค่อยจะช่วยสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมเลย ค่อนข้างผิดหวังกับส่วนนี้ครับ

Noah - 15

Conclusion

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์เนื้อหาเข้มข้นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ควรไปโดนนะครับ ด้วยบทภาพยนตร์ที่คงไว้ทั้งเนื้อหาเดิมค่อนข้างครบถ้วน ตัวละครมีมุมและมิติที่น่าสนใจ การดำเนินเรื่องมีตรรกะ มีเหตุมีผล ที่สำคัญคือมีแง่คิดให้กับผู้ชมได้เก็บกลับไปคิดต่อ ใครที่ชอบภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องราวทางศาสนา เต็มไปด้วยอภินิหาร ลำดับภาพสวย CG เนียน พร้อมดาราดังมากมาย ไม่ควรพลาดเรื่องนี้นะครับ

Show CommentsClose Comments

Leave a Reply