Full Article

เป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่คลาสสิคที่สุดซีรี่ส์หนึ่งเลยทีเดียว สำหรับ Terminator ที่หลังจากภาค Salvation ซึ่งแต่เดิมวางธงเอาไว้ว่าจะเป็นภาคแรกในไตรภาคใหม่ของแฟรนไชส์ กลายเป็นว่าการทำภาคต่อกลับต้องสะดุดลง เมื่อบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องประสบปัญหาภาวะล้มละลาย และหลังจากการหาผู้มารับช่วงต่อลิขสิทธิ์อยู่หลายครั้ง ภาพยนตร์ภาคใหม่ก็ต้องประสบปัญหาขาดผู้เขียนบท พอหาผู้เขียนบทได้ก็มาขาดผู้กำกับอีก (ซึ่งถอนตัวไปกำกับ Fast & Furious 6 แทน) เรียกได้ว่า กว่าจะวางตัวทีมงานหลักกันครบก็เล่นเอาเหนื่อยกันไปตามๆ กันเลยทีเดียว โดย Terminator Genisys ได้ถูกวางธงให้เป็นหนังภาคแรกของไตรภาคใหม่ (อีกแล้ว! แต่ไม่ต้องห่วง แนวโน้มเป็นหมันรอบนี้ค่อนข้างต่ำ) ภาพยนตร์ภาคนี้ยังถูกจัดให้เป็นภาพยนตร์รีบู๊ต แต่เป็นรีบู๊ตที่ผู้กำกับภาพยนตร์สองภาคแรกอันโด่งดัง “เจมส์ คาเมรอน” ได้ให้การยอมรับอย่างเต็มที่ เพราะตัวหนังให้ความเคารพภาพยนตร์ต้นฉบับสองภาคแรกเป็นอย่างมาก ทั้งยังกล้าที่จะเล่นเรื่องความซับซ้อนของการข้ามเวลา ไหนจะความเจ๋งที่เปลี่ยนฮีโร่ของเรื่องอย่าง “จอห์น คอนเนอร์” ให้กลายเป็นหุ่นรุ่นล่าที่ร้ายตัวพ่อ แบบไม่กลัวแฟนหนังด่ากันเลยทีเดียว ซึ่งเดี๋ยวจะกล่าวเพิ่มเติมในหัวข้อต่อๆ ไปจ้า

Terminator Genisys - 23

Screenplay

Spoiler Alert

ปี 1997 ปัญญาประดิษฐ์ที่ควบคุมระบบป้องกันตนเองนาม “สกายเน็ต” ประเมินมนุษย์ว่าเป็นภัยต่อการมีตัวตนของมัน จึงสั่งยิ่งจรวดบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ในระบบป้องกันตนเอง สังหารหลายพันล้านชีวิต และเปลี่ยนโลกสู่ดินแดนรกร้าง มนุษย์เรียกวันนี้ว่า “วันพิพากษา” หลังโลกล่มสลาย “จอห์น คอนเนอร์” ผู้นำขบวนการต่อต้านจักรกล ได้ช่วยเหลือเด็กชายชื่อ “ไคล์ รีส” จากหุ่นยนต์สังหารในร่างมนุษย์ ตลอดระยะเวลาหลายปี ไคล์ได้กลายเป็นทหารผู้เก่งกาจที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่จอห์นมาตลอด จนกระทั่งปี 2029 ณ จุดพลิกผันของสงคราม เมื่อจักรกลมีทีท่าว่ากำลังจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ จอห์นนำกองกำลังเข้าโจมตีฐานที่มั่นของสกายเน็ตเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าก่อนที่แกนของสกายเน็ตจะถูกทำลาย หุ่นยนต์สังหาร ที-800 ได้ถูกส่งข้ามเวลากลับไปยังปี 1984 เพื่อสังหารเป้าหมาย “ซาร่าห์ คอนเนอร์” แม่ของจอห์นเพื่อพลิกชะตาของจักรกล จอห์นจึงส่งไคล์ตามกลับไปเพื่อปกป้องแม่ของเขา ระหว่างการส่งไคล์ย้อนเวลา เขาเห็นว่าจอห์นถูกโจมตีโดยหุ่นยนต์สังหารที่แฝงตัวมาเป็นฝ่ายต่อต้าน ตามมาด้วยการเห็นภาพความทรงจำที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงของตัวเขาเอง

Terminator Genisys - 05

หุ่นยนต์สังหาร ที-800 ปรากฏตัวขึ้นในปี 1984 แต่ถูกกำจัดลงอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของหุ่น ที-800 อีกตัวกับมือปืนนิรนาม ไคล์ปรากฏตัวขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน เขาถูกตามเจอโดยตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งเป็นหุ่น ที-1000 มีร่างกายเป็นโลหะเหลว ไคล์ได้รับความช่วยเหลือจากซาร่าห์ซึ่งได้อธิบายว่าสิ่งที่เขารู้มาจากจอห์นนั้นต่างออกไป ซาร่าห์ไม่ได้เป็นเพียงสาวเสิร์ฟที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ซ้ำถูกเลี้ยงดูมาโดยหุ่น ที-800 ที่เธอเรียกว่า “ป๋า” ซึ่งถูกส่งมาปกป้องเธอจากหุ่น ที-1000 ในปี 1973 ทว่าพ่อแม่ของเธอไม่รอด หลังจากถูกหุ่น ที-1000 ตามเจอ พวกเขาล่อมันลงไปยังฐานที่มั่น ก่อนที่ซาร่าห์กับป๋าจะกำจัดมันด้วยกรดไฮโดรคลอริก ซาร่าห์มีแผนที่จะข้ามเวลาไปยังปี 1997 เพื่อกำจัดสกายเน็ตก่อนที่มันจะตื่นขึ้น แต่ไคล์กลับเห็นต่างออกไป เขาอธิบายว่าเขาเห็นจอห์นถูกโจมตี ตามมาด้วยการเห็นภาพความทรงจำที่ไม่เคยเกิดขึ้น หลังจากฟังป๋าอธิบายหลักการในเชิงวิชาการ และพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ทั้งคู่จึงเดินทางข้ามเวลาไปยังปี 2017 ในขณะที่ป๋าจะเตรียมตัวรอรับการกลับมาของพวกเขา

Terminator Genisys - 14

ปี 2017 ไคล์และซาร่าห์ปรากฏตัวบนทางยกระดับในสภาพเปลือยเปล่า ทั้งคู่ถูกนำไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล และได้พบกับโอไบรอัน ตำรวจที่ไคล์เคยเจอในปี 1984 ระหว่างถูกหุ่น ที-1000 โจมตี ก่อนที่เขาจะถูกกันออกไป เพราะถูกกล่าวหาว่าพูดเรื่องเพ้อเจ้อ และคลั่งหุ่นยนต์ จอห์นปรากฏตัวขึ้น และช่วยเหลือทั้งคู่ออกจากโรงพยาบาล ก่อนที่จอห์นจะถูกป๋ายิงเข้าอย่างจัง เผยร่างกายที่ถูกเปลี่ยนเป็นจักรกลในระดับเซลล์ หรือหุ่น ที-3000 จอห์นเล่าย้อนว่าถูกอเล็กซ์ หรือหุ่น ที-5000 สกายเน็ตในร่างหุ่นยนต์สังหาร เปลี่ยนเขาและส่งเขากลับมายังปี 2014 เพื่อช่วยสองพี่น้องไดสัน พัฒนาระบบปฏิบัติการ “เจเนซิส” ปัญญาประดิษฐ์ตัวใหม่ หลังจากสกายเน็ตล้มเหลวที่จะชนะสงครามด้วยวิธีเดิมๆ เขายังอธิบายด้วยว่า ซาร่าห์ ไคล์ และตัวเขาเอง ได้หลุดจากวังวนของเวลาแล้ว ความตายของซาร่าห์และไคล์ จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ซาร่าห์และไคล์กักจอห์นเอาไว้ในสนามแม่เหล็กของเครื่อง MRI และหลบหนีไปยังฐานที่มั่นใหม่

Terminator Genisys - 25

ทั้งสามเตรียมสรรพาวุธ เพื่อถล่มไซเบอร์ไดน์ บริษัทผู้พัฒนาระบบเจเนซิส ก่อนที่จอห์นจะตามเจอฐานที่มั่น จากความทรงจำวัยเด็ก พวกเขาขับรถนักเรียนหลบหนีจอห์นไปบนสะพาน แต่ถูกจอห์นตามล่าจนจนมุม และถูกตำรวจจับไปอีกครั้ง ทั้งสามถูกสอบสวนถึงที่มาที่ไป จนป๋าตรวจพบจอห์นที่ปลอมตัวอยู่ในร่างนักสืบคนหนึ่ง นักสืบโอไบรอันยื่นมือเข้าช่วยเหลือทั้งสามคน สนับสนุนทั้งอาวุธและเฮลิคอปเตอร์ แต่จอห์นก็ยังตามล่ามาติดๆ ด้วยเฮลิคอปเตอร์อีกลำ ป๋าจึงพุ่งตัวเข้าใส่เฮลิคอปเตอร์ของจอห์นจนเครื่องตก จอห์นเข้าไปเตรียมพร้อมรับมือพวกเขาในตึกไซเบอร์ไดน์ก่อนที่จะถูกป๋าขว้างชิ้นส่วนของเฮลิคอปเตอร์ใส่ ซาร่าห์และไคล์ได้พบกับโฮโลแกรมของเจเนซิสในร่างเด็กที่กำลังโตขึ้นเรื่อยๆ เปิดเผยความจริงว่าเจเนซิสจะโตขึ้นเป็นสกายเน็ต และทุกครั้งที่เจเนซิสโตขึ้น เวลาก่อนที่เจเนซิสจะออนไลน์ก็จะน้อยลง ทั้งสามจึงรีบติดตั้งระเบิด ก่อนที่จอห์นจะเข้ามาขัดขวางอีกครั้ง

ป๋าดึงจอห์นเข้าสู่เครื่องสร้างสนามแม่เหล็ก ต้นแบบของเครื่องข้ามเวลา เปิดทางให้ซาร่าห์กับไคล์หนีไปยังบังเกอร์ที่ชั้นล่างของตึก จอห์นสลัดป๋าออกสำเร็จ เหวี่ยงซากที่เหลือของป๋าไปในบ่อโพลีอัลลอย ก่อนที่ร่างของจอห์นจะแหลกสลายออกจากกัน ตึกไซเบอร์ไดน์ระเบิดอย่างรุนแรง กวาดล้างงานวิจัยและพัฒนาทั้งหมดที่มีอยู่ ซาร่าห์และไคล์ยังติดอยู่ในบังเกอร์ที่ปิดตาย ก่อนที่ป๋าจะพังประตูเข้ามา อัพเกรดใหม่เป็นรุ่น ที-1000 จากโพลีอัลลอยที่เขาตกลงไป ทั้งสามคนเดินทางไปยังบ้านของไคล์ในวัยเด็ก ทิ้งคำเตือนให้ไคล์วัยเยาว์จำจนขึ้นใจ “เจเนซิสคือสกายเน็ต” เพื่อรับประกันว่าไคล์ในอนาคตจะได้รับคำเตือนนี้ และหยุดยั้งสกายเน็ตได้ถูกที่ถูกเวลา ทว่าในซากปรักหักพังของไซเบอร์ไดน์ ปรากฏแกนของเจเนซิสที่ยังปลอดภัย พร้อมกับโฮโลแกรมที่ถูกฉายขึ้น

Spoiler Alert

จริงๆ แล้ว ในภาพยนตร์ The Terminator และ Terminator 2: Judgement Day หรือสองภาคแรกของแฟรนไชส์นั้น มีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยวกับทฤษฎีเวลา และการข้ามไปมา โดยเฉพาะกรณีที่ไคล์ รีส จะกลายเป็นพ่อของจอห์น คอนเนอร์ และหุ่น ที-800 จะกลายเป็นต้นแบบที่ถูกพัฒนาเป็นสกายเน็ต ทั้งๆ ที่ในไทม์ไลน์ปกติ ไคล์เกิดหลังจอห์น และสกายเน็ต เป็นผู้สร้าง ที-800 ความย้อนแย้งนี้กลายเป็นสเน่ห์ที่ทำให้แฟรนไชส์นี้มีความคลาสสิค และถูกกล่าวถึงในฐานะของตำนานจวบจนปัจจุบัน ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง Terminator Genisys ที่มีสถานะเป็นภาพยนตร์รีบู๊ต อาจเลือกทิ้งความคลาสสิคแบบเดิมๆ ทิ้งไปเลยก็ได้ หรือไม่ก็รักษามันเอาไว้ และผมว่ามันดีมากที่ทีมผู้สร้างเลือกอย่างหลัง ซึ่งนั่นทำให้ภาพยนตร์สองภาคแรกยังคงอยู่ในจักรวาลเดียวกัน เพียงแต่เกิดความผิดเพี้ยนของเหตุการณ์จากการข้ามเวลาที่แทรกแซงกันเอง ซึ่งอยู่ในรูปแบบเดียวกันกับภาพยนตร์ในแฟรนไชส์อื่นๆ เช่นภาพยนตร์เรื่อง Star Trek (2009) และ Star Trek Into Darkness (2013) หรือจะเป็นเรื่องที่ย้อนไปไกลๆ อย่าง X-Men: Days of Future Past (2015) เป็นต้น ทั้งยังเป็นเรื่องที่ดี ที่ทีมเขียนบทพยายามอธิบายความย้อนแย้งของเหตุการณ์และเวลาเอาไว้ในภาพยนตร์ด้วย ถึงแม้จะอธิบายได้ไม่เคลียร์นัก แต่ก็เพียงพอที่คนดูจะเข้าใจคอนเซ็ปต์ที่หนังพยาพยามจะสื่อ เพียงพอที่จะทำให้ดูหนังได้เข้าใจ แม้จะกลบเกลื่อนด้วยการให้ป๋าพูดภาษาวิชาการจนไคล์กับซาร่าห์เมินก็ตาม แต่ผมชอบนะ เป็นการเล่นมุกกลบเกลื่อนที่แนบเนียนเหลือเชื่อ ทำให้หนังมีอารมณ์ขันขึ้นมาได้ไม่น้อยเลย

Terminator Genisys - 07

บทช่วงเปิดเรื่อง ผมว่าครอบคลุมและเคลียร์กว่าภาคแรกเสียอีก ตั้งแต่การตื่นของสกายเน็ต การเจอกันของจอห์นกับไคล์ การถล่มสกายเน็ตครั้งสุดท้าย การส่งหุ่นไปในอดีตของสกายเน็ต เหตุของการรู้ล่วงหน้าของจอห์น จนถึงการส่งไคล์ย้อนเวลาตามหุ่นไป มันครบถ้วนและลงตัว แบบที่ไม่เคยดูหนังภาคก่อนหน้านี้มาเลย ก็สามารถเข้าใจที่มาที่ไปของภาคดั้งเดิม โดยเฉพาะภาคแรกได้ บทช่วงแรก ยังมีการย้อนรอยฉากการมาถึงของหุ่น ที-800 ที่พยายามทำให้เหมือนของเดิมมากที่สุด เหมือนจนน่าขนลุก ก่อนที่เหตุการณ์จะเพี้ยนไป สำหรับคนที่เคยดูภาคแรก จะเหมือนว่าได้เห็นหนังของเดิมก่อนจะเปิดไปสู่การผจญภัยครั้งใหม่ ซึ่งผมว่ามันน่าตื่นเต้นมาก ภาคนี้เรายังได้เห็นซาร่าห์ในคาแรคเตอร์สุดเท่ห์จากภาคสองตั้งแต่ต้นเรื่อง ยิ่งประกบคู่กับหุ่น ที-800 ที่ถูกตั้งโปรแกรมใหม่ แล้วเรียกแกว่า “ป๋า” นี่เจ๋งระเบิดระเบ้อไปเลย ส่วนคนที่น่ารำคาญกลายเป็นไคล์แทน คือแบบ ตื่นตูมมากตอนเจอป๋า ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม พ่อจะยิ่งป๋าอย่างเดียว พูดถึงป๋านี่ก็ออกแบบคาแรคเตอร์ได้เจ๋งนะ โดยเฉพาะการพยายามกลมกลืนกับมนุษย์ ยิ่งตอนแกยิ้มแล้วมีเสียงเครื่องยนต์ออกมาด้วยนี่อย่างฮา แถมยังแอบมีมุมซึ้ง ซึ่งช่วยตอกย้ำบทบาทที่เป็นตัวแทนของพ่อให้กับซาร่าห์ (ภาคเก่าก็จะเป็นจอห์นแทน) อีกอย่างหนึ่งที่ชอบ คือภาคนี้ซาร่าห์ ไคล์ และป๋า พยายามหยุดยั้งสกายเน็ตด้วยตัวเองเมื่อทำได้ ไม่รอหวังคนที่ยังไม่เกิดอย่างจอห์น ทำให้หนังได้มุมมองใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

Terminator Genisys - 03

Production

มาว่าด้วยแง่ของการผลิตกันบ้าง เริ่มกันที่นักแสดงและการแสดงก่อน ในส่วนของตัวละครดั้งเดิมอย่างป๋าอาร์โนลด์ นี่คงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก เพราะคงคุณภาพเสมอต้นเสมอปลาย แถมภาคนี้เล่นเอาฮาก็ได้ด้วย แจ่มจริงๆ ต่อมาคือเอมิเลียในบทซาร่าห์ เธอเท่มากนะ แต่ก็ยังเท่น้อยกว่าซาร่าห์ในภาคสองอยู่ อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมก็ยังถือว่าแสดงได้สมน้ำสมเนื้อกับที่ถูกเลือกมา ผมยังชอบมากๆ เวลาแกมองป๋า แล้วเหมือนลูกสาวมองพ่อจริงๆ ถ่ายทอดได้ซาบซึ้งมากๆ ส่วนไจ คอร์ทนี่ย์ ช่วงแรกๆ ของหนัง แสดงได้น่ารำคาญไปนิดนึง ไม่รู้ว่าบทเขียนมาอย่างนี้เลยหรือเปล่า แต่มันดูตื่นตูมไปหน่อย บทของจอห์น ที่ได้เจสัน คล้าก มาสวมบทบาท ผมไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ เพราะโดยส่วนตัวยังติดภาพของคริสเตียน เบลล์ ซึ่งในความเห็นส่วนตัว มีความเหมาะสมกว่าเจสันอยู่มาก อย่างไรก็ตามเจสันสวมบทบาทตัวร้ายได้น่าหมั่นไส้มากๆ โดยเฉพาะการเป็นตัวร้ายในคราบฮีโร่ ยิ้มแบบฮีโร่ แต่เป็นตัวร้าย เท่แบบฮีโร่ แต่เป็นตัวร้าย ส่วนตัวที่เท่แบบจริงจัง แม้จะออกแค่ไม่กี่ฉากกลับเป็นอเล็กซ์ สกายเน็ตในร่างหุ่น ที-5000 ที่สวมบทบาทโดยแมทท์ สมิท ท่วงท่า สายตา คำพูด เท่ทุกกระเบียด แต่ก็ดูร้ายทุกกระเบียดเช่นกัน อ้อ อีกตัวละครนึงที่ไม่พูดถึงไม่ได้ (เกือบลืม เพราะในเรื่อง เฮียแกไม่พูดอะไรเลย) ผู้สวทบทหุ่น ที-1000 ลีบยองฮุนนั่นเอง ผมว่าหลายๆ คนติดภาพของลุงโรเบิร์ตสมัยเอ๊าะๆ ในบทนี้ตอนภาคสอง บยองฮุนเองเลยถูกคาดหวังเอาไว้มาก แต่เฮียแกทำออกมาได้ดีเลยนะ หล่อๆ นิ่งๆ เย็นชา ฆ่าอย่างเดียว ไม่หือไม่อือ ดูไปก็หมั่นไส้ไป

Terminator Genisys - 15

จุดเด่นที่เด่นมากๆ จนไม่รู้ว่าจะติอะไร คือการตัดต่อและการใช้เทคนิคพิเศษ สำหรับการตัดต่อนั้นจะมีผลมากๆ ต่อจังหวะของหนัง ที่ภาคนี้ทำออกมาได้สมูท เล่าเรื่องได้ลื่นไหลดีมากๆ แทบไม่มีจังหวะสะดุดเลย ถึงแม้จะไม่หวือหวาและโลดโผนมากนักก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะบทภาพยนตร์ที่คอยกำกับจังหวะของหนังอีกทางหนึ่งนั้น มีความน่าสนใจอยู่แล้ว นอกจากเรื่องของจังหวะหนังที่สะท้อนการตัดต่อที่ดีแล้ว เรื่องของเทคนิคพิเศษ ก็ทำได้ไร้ที่ติ แน่นอนว่าเรื่องของเทคนิคพิเศษนั้น ไม่ได้เป็นประเด็นที่น่ากังวลอีกแล้วในสมัยนี้ (แต่เคยเป็นปัญหาตอนจะสร้างภาคสอง แล้วต้องรออยู่หลายปี) เราจึงต้องมาดูกันว่าแต่ละเรื่องใช้เทคนิคพิเศษได้สมบูรณ์แค่ไหนนั่นเอง ฉากไฮไลท์ที่แสดงถึงเทคนิคพิเศษที่ยอดเยี่ยมก็อย่างเช่น ฉากวันพิพากษา ที่แสดงอานุภาพของระเบิดนิวเคลียร์ได้สมจริงสุดๆ ฉากบุกสกายเน็ต ที่มีจังหวะของการสู้รบที่รวดเร็วเหมือนจริง ไหนจะฉากระเบิดของตึกไซเบอร์ไดน์ ฉากการข้ามเวลาในเครื่องข้ามเวลา ฉากการต่อสู้ในตึกไซเบอร์ไดน์ ซึ่งนอกจากจะมีการออกแบบเทคนิคพิเศษได้สมจริงแล้ว ยังมีเรื่องของมุมกล้องที่พอเหมาะพอดีกับฉากที่ใช้เทคนิคพิเศษประกอบ ที่โดยภาพรวมทำออกมาได้ดีมากๆ

Terminator Genisys - 27

สุดท้ายและท้ายสุด คือเพลงประกอบที่ภาคนี้ได้ Lorne Balfe มาสร้างสรรค์ให้ โดยส่วนตัวผมติดใจฝีมือการประพันธ์เพลงของเขามาตั้งแต่เกม Assassin’s Creed Revelations และ Assassin’s Creed III ซึ่งตอนนั้นเขาทำได้ติดหูมากๆ โดยเฉพาะภาค Revelations ที่ผลงานของเขายังคงถูกกล่าวถึงจวบจนปัจจุบัน (ลองไปหาฟังกันดูนะครับ) นอกจากนี้ Hans Zimmer ผู้ประพันธ์เพลงมือเก๋าที่มีผลงานประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ดังๆ มาแล้วมากมาย ก็ได้มานั่งเป็นโปรดิวเซอร์บริหารของโปรเจ็คนี้อีกด้วย เราจึงได้ฟังเพลงประกอบในสไตล์ของ Lorne ที่แอบมีกลิ่นอายของ Hans ติดมาหน่อยๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกแบบ ภาพรวมของเพลงประกอบเรื่องนี้ ถือว่าทำออกมาได้ดีเกินมาตรฐาน และได้ช่วยบ่มอารมณ์ของหนังให้พีคได้ดี ไม่ว่าจะเป็นฉากบู๊ หรือฉากที่หนังกำลังสื่ออารมณ์ที่มีความลึกซึ้งก็ตาม และด้วยความที่ธีมของแฟรนไชส์นี้ ใช้จังหวะกลองเป็นหลักมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ผู้ประพันธ์เลยมีอิสระในการประพันธ์เพลงค่อนข้างมาก ไม่ต้องมาคอยพะวงว่าจะหลุดธีมจากภาคก่อนๆ ที่สำคัญ เพลงปิดท้ายของเรื่อง ช่วงเครดิต ได้นำธีมจาก Terminator 2: Judgement Day ที่เราคุ้นหูกันดี มาทำใหม่อีกครั้ง ตอกย้ำความต่อเนื่องของการเป็นจักรวาลเดียวกันอย่างหนักแน่น

Terminator Genisys - 24

Conclusion

Terminator Genisys ก็เข้าโรงฉายมาได้ครึ่งเดือนแล้วนะครับ ใครที่ยังไม่ได้ไปชมก็ต้องรีบๆ กันหน่อย เพราะนี่มันช่วงซัมเมอร์ โปรแกรมหนังน่าดูมีเยอะ จ่อคิวลงโรงฉายติดๆ กัน ถ้าชะล่าใจ หนังจะลาโรงกันไปเสียก่อนนะครับ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ผมแนะนำมากๆ ยิ่งคุณเป็นแฟนของภาคแรกๆ ด้วยแล้ว ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง หลายคนอาจจะกังวลว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ จะมาลบล้างเสน่ห์และตัวตนของแฟรนไชส์ดั้งเดิมหรือไม่ รับรองเลยครับว่าไม่ จริงๆ แล้ว มันเป็นการรีบู๊ตที่คงเสน่ห์และรักษาของเดิมไว้อย่างดีด้วยซ้ำ

Terminator Genisys - 01
Show CommentsClose Comments

Leave a Reply