Full Article

หลังจากได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากภาคแรก The Amazing Spider-Man 2 ก็ได้ฤกษ์ลงโรงฉายอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยในภาคนี้ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือสไปเดอร์-แมน ฮีโร่แมงมุมขวัญใจชาวนิวยอร์ก ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจถึง 3 ราย ที่ดาหน้าเข้ามาหวังขยี้ไอ้แมงมุมให้ตกจากหลังคา นอกจากจะต้องทุ่มเทกำลังต่อสู้กับเหล่าร้ายแล้ว ปีเตอร์ยังต้องทุกข์ทรมานกับความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนระหว่างเขากับเกว็น สเตซี่ ด้วยเหตุอันเนื่องมากจากคำสัญญาที่เขาได้ให้ไว้กับพ่อของเกว็นในภาคแรก ไหนจะความลับดำมืดเกี่ยวกับพ่อแม่ของตนเมื่อหลายปีก่อน ไหนจะการปรากฏตัวของแฮร์รี่ ออสบอร์น เพื่อเก่าของปีเตอร์ที่กำลังป่วยใกล้ตาย และต้องการความช่วยเหลืออย่างยิ่งยวดจากสไปเดอร์-แมน ทว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี้ กลับมีเบื้องหลังจากที่เดียวกัน “ออสคอร์ป”

The Amazing Spider-Man 2 - 10

Screenplay

Spoiler Alert

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ชายหนุ่มธรรมดาที่ถูกแมงมุมดัดแปลงพันธุกรรมกัดเข้าจากภาคแรก ยังคงทำหน้าที่ฮีโร่ “สไปเดอร์-แมน” ขวัญใจชาวนิวยอร์กอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสภาพตอนกลับบ้านแต่ละวันจะดูไม่จืด แต่นี่ก็คือความรับผิดชอบที่มาพร้อมพลังที่เขาได้รับ ในขณะที่เจ้าตัวยังคงสานสัมพันธ์กับเกว็น สเตซี่ ในฐานะคนรักต่อไป เขาก็ต้องเผชิญกับภาพพ่อของเกว็นในทุกที่ ซึ่งทำให้เขายังคงนึกถึงสัญญาที่ให้ไว้ในท้ายภาคแรก สัญญาที่เขาไม่มีวันทำได้ ความสับสนนี่เองที่ทำให้ความรักของทั้งคู่เริ่มสั่นคลอน ทว่าชีวิตฮีโร่ของสไปเดอร์-แมนกำลังจะหนักหนาสาหัสกว่าเดิม เมื่อความผิดพลาดได้เปลี่ยนแม็กซ์ ดิลล่อน ลูกจ้างของออสคอร์ปผู้คลั่งไคล้และอยากมีชีวิตที่โด่งดังแบบสไปเดอร์-แมน ให้กลายเป็นอิเล็คโทร มนุษย์ที่มีทุกอณูในร่างกายเป็นไฟฟ้า และด้วยความเข้าใจผิด ทำให้เขาเกิดความแค้นในตัวของฮีโร่ในดวงใจอย่างสไปเดอร์-แมน จนไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้

The Amazing Spider-Man 2 - 05

แฮร์รี่ ออสบอร์น เพื่อนเก่าของปีเตอร์กลับมานั่งแท่นประธานของออสคอร์ปแทนพ่อที่ตายไป แต่เขากำลังป่วยและกำลังจะตายในไม่ช้า แฮร์รี่เชื่อว่า ทางเดียวที่จะสามารถช่วยชีวิตเขาได้ คือเลือดของสไปเดอร์-แมน ชายคนเดียวที่สามารถปรับตัวเข้ากับพิษแมงมุมได้ แต่อะไรๆ ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิด ทั้งยังถูกหักหลังอย่างสาหัส สร้างความผิดหวังเป็นแผลฉกรรจ์ในใจ ในขณะที่ปีเตอร์ก็ดำดิ่งค้นหาความลับดำมืดเกี่ยวกับพ่อและแม่ของเขา กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนอย่างไม่ลดละ ในตอนนั้นเองที่เหล่าร้ายเริ่มผนึกกำลังหวังกำจัดสไปเดอร์-แมนให้พ้นทาง ปีเตอร์จะสามารถต่อสู้กับเหล่าร้าย รักษาความรักระหว่างเขากับเกว็น และค้นพบความลับของครอบครัวได้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่คุณต้องหาคำตอบใน The Amazing Spider-Man 2

Spoiler Alert
The Amazing Spider-Man 2 - 02

สไปเดอร์-แมนในภาคนี้ยังคงความทะเล้นและขี้เล่นแบบในหนังสือการ์ตูนต้นฉบับเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน แม้เราจะเห็นมิติรอบตัวเขาหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ปีเตอร์ในภาคนี้ดูจริงจังและซีเรียสกับชีวิตมากขึ้น ทั้งเรื่องของหน้าที่ คำสัญญา ความรัก เพื่อน ครอบครัว แต่นั่นก็เป็นเพียงความพยายามในการจัดการสิ่งต่างๆ เราไม่ได้เห็นความซีเรียสที่ส่งผ่านออกมาทางความคิดที่จริงจังมากนัก ซึ่งนั่นเป็นจุดอ่อนของสไปดี้ในภาคนี้ ในขณะที่แม็กซ์ ดิลล่อน หรืออิเล็คโทร กลับเป็นตัวละครที่โดดเด่น และสามารถแสดงความเป็นคนธรรมดาสุดๆ ที่กลายเป็นคนเลวสุดขีดได้อย่างสมเหตุสมผล เพราะบทของแม็กซ์ได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่าคนธรรมดาจริงๆ คนที่ไม่มีอะไรจะต้องเสียเป็นอย่างไร แค่เพียงเพราะเขารู้สึกว่าถูกหักหลังจากฮีโร่ในดวงใจ ความเคียดแค้นก็ผลักให้เขากลายเป็นคนเลวได้อย่างไม่ยากเย็น ส่วนแฮร์รี่ ออสบอร์น ก็มีมิติของความอึดอัด ความสิ้นหวัง เมื่อโลกรอบข้างแม้แต่ชีวิตของตัวเองหันหลังให้

The Amazing Spider-Man 2 - 09

ส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่าไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ คือการพยายามค้นหาความลับของพ่อแม่กับเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนของปีเตอร์ ที่พอว่าบทจะได้รับรู้ความจริงเข้า จะโชว์ให้ดูเพียงนิดเดียว (ซ้ำซีนต้นเรื่องอีกต่างหาก) ทำให้คนดูค้างคาอย่างมาก ว่าในแล็บลับของริชาร์ด ปาร์คเกอร์ ที่ปีเตอร์ไปพบเข้านั้นยังมีอะไรซ่อนอยู่อีก หรือว่าจะเก็บเอาไว้ขยายความตอนภาคต่อไปก็ไม่รู้ล่ะนะ ไหนจะข้อมูลและอะไรๆ ทั้งหลายในออสคอร์ปเองก็มีอยู่มากมายจนโชว์ไม่หมด แถมโชว์ให้ดูแบบวับๆ แวมๆ เป็นที่ล่อตาล่อใจอีกต่างหาก และแน่นอนว่า ส่วนที่ทำร้ายจิตใจคนดูอย่างหาที่สุดไม่ได้ คือการที่คนเขียนบทฆ่าตัวละครสำคัญทิ้งไปอย่างเลือดเย็น คือมันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ล่ะนะ แถมก็ยังคาดเดาได้ เพราะตายคล้ายกับในหนังสือการ์ตูนเลย แต่มันก็แอบใจหายบอกไม่ถูก ก็แหม ตัวละคนตัวนี้ออกจะมีเคมีเข้ากับปีเตอร์สุดๆ ขนาดนั้น เป็นใครจะไม่เสียดายล่ะจริงไหม

Production

มาดูในด้านของการผลิตงานกันบ้าง อย่างแรกเลยก็คือเรื่องของการแสดงของนักแสดงชั้นนำ เริ่มด้วยแอนดรูว์ การ์ฟิล ซึ่งแสดงความทะเล้นและทะลึ่งตึงตังได้เหมาะสมกับบทสไปเดอร์-แมนมากๆ อันนี้เป็นความประทับใจมาตั้งแต่ภาคแรก เพราะในฉบับไตรภาคช่วงทศวรรษปี 2000 โทบี้ แม็กไกวร์ แสดงไว้อย่างจริงจังโคตรบิดรมารดา (แต่ไร้ความทะเล้น และไม่ค่อยมีสีสัน) แต่แม้แอนดรูว์จะถ่ายทอดตัวตนของสไปเดอร์-แมนในหนังสือการ์ตูนออกมาได้ดีอย่างไร เขาเองกลับถ่ายทอดบทที่จริงจังขึ้นในภาคนี้ออกมาได้ไม่เต็มที่สักเท่าไหร่นัก ยกเว้นก็แต่ฉากที่เขาต้องเศร้าเสียใจในตอนท้ายเรื่อง ช่วงนั้นได้อารมณ์มากครับ

The Amazing Spider-Man 2 - 11

ส่วนนักแสดงที่เห็นจะเป็นสีสันของภาคนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นเจมี่ ฟอกซ์ เนื่องจากบทบาทของแม็กซ์ ดิลล่อน ที่ต้องเป็นคนธรรมดาสุดๆ มีชีวิตแสนธรรมดา ไม่ได้มีอะไรต้องรักษา ไม่มีอะไรจะเสีย มีบุคคลที่เขาคลั่งไคล้และใฝ่ฝันจะได้รู้จัก และจากคนธรรมดาๆ นี่เอง ที่ต้องกลายเป็นคนที่มีความแค้นมหากาฬในใจ ซึ่งเจมี่ ฟอกซ์ สามารถถ่ายทอดบทบาทนี้ออกมาได้เป็นอย่างดีในตอนเป็นแม็กซ์ ดิลล่อน ส่วนตอนที่เป็นอิเล็คโทรนั้น ความเห็นของผมคิดว่ายังขาดไปอีกนิด ยังเป็นตัวร้ายที่แข็งๆ ไปหน่อย ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดถึงกันครับ ค่อนข้างถ่ายทอดบทบาทได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว

นอกจากความมีสไตล์ของตัวละครหลัก ความลงตัวของตัวละครสบทบ ความเท่ของสไปเดอร์-แมนยังอยู่ที่การลำดับภาพและเทคนิคพิเศษที่ทำออกมาได้ดีมากๆ อีกด้วย ซึ่งในส่วนของการลำดับภาพในภาคนี้นั้น มีการตัดสลับอย่างรวดเร็วและไม่ดึงฉากให้เปลืองเวลา ยิ่งเป็นฉากต่อสู้หรือในช่วงที่สไปดี้โหนตึกไปมา การลำดับภาพในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มความสมจริงถึงความรวดเร็วของสไปดี้ในการเคลื่อนไหวหรือการตัดสินใจระหว่างการต่อสู้ การหน่วงภาพให้ช้าก็ใช้อย่างพอประมาณไม่ฟุ่มเฟือยจนเกร่อ และทำออกมาได้เท่มากๆ อีกด้วย ในด้านของเทคนิคพิเศษ ภาคนี้ทำออกมาเนียนสุดยอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากต่อสู้กับอิเล็คโทร ที่ประกายไฟฟ้าปลิวว่อนเต็มฉาก ดูอันตราย สมจริง และทรงพลังจริงๆ แต่ช่วงที่ตัวละครต่อสู้กันและต้องเคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ยังดูเป็น CG มากไปอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่เนียนนะ ดังนั้นก็ย่อมให้อภัยได้อยู่

The Amazing Spider-Man 2 - 15

สุดท้ายคือเรื่องของเพลงประกอบ ซึ่งภาคนี้ได้มือพระกาฬอย่างฮันส์ ซิมเมอร์ มารับผิดชอบเพลงประกอบให้ ซึ่งแน่นอนแหละครับ มือระดับนี้แล้วไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ธีมเพลงของภาคนี้มีการเน้นโทนที่ดาร์กมากขึ้น ตามความจริงจังของเนื้อเรื่อง เมโลดี้มีความเป็นสมัยใหม่ แต่ยังได้ยินคอรัสคลออยู่ด้วย (ไม่ค่อยชินกับดนตรีทางนี้ของซิมเมอร์เท่าไหร่) นอกจากนี้ยังมีการประสานดนตรีแนวเทคโนเข้าไปด้วย เข้าใจว่าเพื่อให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของอิเล็คโทร ตัวร้ายหลักของเรื่อง ซึ่งทำให้ดนตรีประกอบของเรื่องนี้มีความโดดเด่นขึ้นมาอีกระดับ คาดว่าส่วนของดนตรีเทคโนนี้ เดอะ แม็กนิฟิเซนท์ ซิกส์ จะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งโดยส่วนตัว ผมชอบธีมของอิเล็คโทรมากๆ ดนตรีที่สื่อถึงความสับสน รวมกับเอฟเฟกต์เสียงสมัยใหม่ และเสียงร้อง (แบบบ่น) เป็นฉากหลัง ดูเข้ากันและสามารถช่วยขับความโดดเด่นให้กับตัวละครได้อย่างน่าประหลาดครับ

Conclusion

ถือว่าเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ทำออกมาได้อย่างเยี่ยมยุทธ์ สมการรอคอยของแฟนภาพยนตร์และหนังสือการ์ตูนทั่วโลก เสียดายว่ารีวิวของผมออกช้าไปหน่อย เพราะถูกตัวขี้เกียจนั่งทับ ตอนนี้คงเชียร์ใครไปดูไม่ทันแล้ว อย่างไรก็ตาม เราทุกคนทั้งผมทั้งท่านก็คงคาดหวังจะได้เห็นภาพยนตร์ในมาตรฐานนี้ออกมากันเยอะๆ และแน่นอนว่าในภาคต่อไปของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย คืออย่างน้อยก็ขอให้ได้มาตรฐานนี้ อย่าดร็อปลงไปเหมือนกับภาคสุดท้ายของไตรภาคช่วงปี 2000 ล่าสุดได้ข่าวออกมาว่าแพลนหนังกันไว้ถึงภาค 4 แล้ว แถมมีสปินออฟอีกต่างหาก ก็ได้แต่หวังว่าออกมาหลายเรื่องหลายภาค ทีมสร้างคงจะสร้างมารถคงคุณภาพอย่างคงที่เอาไว้ได้ ไม่ใช่สร้างมาเพียบแต่ถูกด่าว่าเน้นแต่ปริมาณ สุดท้าย สิ่งที่ผมอยากจะเห็นมากที่สุด คือจักรวาลมาร์เวลผนึกกลายเป็นหนึ่งเดียว นั่นแปลว่าค่ายหนังทั้งสามต้องยอมอ่อนข้อให้กัน ฟอกซ์ที่ถือลิขสิทธิ์เอ็กซ์เมน โซนี่ที่ถือลิขสิทธิ์สไปดี้ และมาร์เวล (ดิสนี่ย์) ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ตัวละครในสังกัดตัวอื่นๆ ทั้งหมด แหม ฝันกลางวันชัดๆ

Show CommentsClose Comments

Leave a Reply